ธนกร's profileThe One Of MemoryPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
24 July ตำนานเป่ายิ้งฉุบเป่า ยิ้ง ฉุบ
ยังไม่ทราบที่มาว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศใด
ทราบแต่ว่าเกมส์นี้มีเล่นกันในประเทศเอเชียหลายประเทศ แต่มีชื่อเรียกและวิธีเล่น และการตัดสินแตกต่างกันไป คนไทย เรียก เป่า ยิ้ง ฉุบ
ฆ้อน=====>ฆ้อนทุบกรรไกร
กระดาษ=====>กระดาษห่อฆ้อน
กรรไกร=====>กรรไกรตัดกระดาษ
คนสิงคโปร์ เรียก ชุ่ม ชุ่ม พัท
มังกร-จีบนิ้วทั้ง 5 มังกรดื่มน้ำ
มังกรชนะ
ก้อนหิน-กำมือ ก้อนหินฆ่ามังกร ก้อนหินชนะ
น้ำ-หงายฝ่ามือขึ้น น้ำทำให้ก้อนหินจม
น้ำชนะ
คนเกาหลี เรียก ไค โพ ไพ คนญี่ปุ่นเรียก
เจน เคน ปูน
ทั้งสองประเทศนี้เล่นเหมือนกันกับไทย ประเทศที่มีรายละเอียดมากเห็นจะเป็นมาเลเซีย
เรียก วัน ทู ซุม นก=====>นกดื่มน้ำ นกชนะ
ก้อนหิน=====> หินขว้างนก หินชนะ
หินทุบกระดาน หินชนะ
ปืน=====> ปืนยิงหิน ปืนชนะ ปืนยิงนก
ปืนชนะ
กระดาน=====> กระดานลอยน้ำ กระดานชนะ
น้ำ=====> น้ำทำปืนเปียกน้ำชนะ
น้ำทำให้หินจมน้ำชนะ
ที่จังหวัดสงขลา เรียก วัน ตู ส้ม (มี นก
น้ำ หิน กรรไกร)
คล้ายๆกับ วัน ทู ซูม ของมาเลเซีย แต่ที่จ.สุราษฎร์ธานี เรียก ชี โพ่ง ที่โคราช (จ.นครราชสีมา) เรียก โอโป้ง ส่วนทางเหนือ เรียก โต โป้งมี กรรไกร ค้อน กระดาษ เหมือนเป่า ยิ้ง ฉุบ ทุกอย่างเพียงแต่เรียกต่างกันตามภาษาท้องถิ่นเท่านั้นเอง และฝรั่งก็เพิ่งมาหัดเล่นตามคนเอเชีย คือมี กรรไกร scissors ก้องหิน rock และกระดาษ paper A-Z I LOVE YOU วันนี้มีอักษรภาษาอังกฤษมาให้ท่องกัน
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนๆ...จะท่องกันได้ถูกอ่ะป่าว
ในเวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นที่นำอักษรตัวแรกของอักษรภาษาอังกฤษ A-Z
มาเป็นคำสื่อเรื่องรัก...แต่ถ้าท่องไม่ถูกก้อมาเริ่มท่องพร้อมกับกะผมเลยแล้วกันครับ....
A-abash-ขวยเขิน-เมื่อเจอหน้าเขา
เราขวยเขิน
B-backward-ขี้อาย-เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
เรากลายเป็นคนขี้อาย
C-candid-จริงใจ-เราอยากให้คนที่เรารักมีความจริงใจกับเรา
D-deppr-มีชีวิตชีวา-ทำให้เรามีชีวิตชีวา
E-ecstasy-ความรู้สึกเป็นสุขอย่างมาก-เมื่อเจอเขา
เรามีความรู้สึกเป็นสุขอย่างมาก
F-feb-ยอดเยี่ยม-เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่รู้ว่าเขาก็ใจตรงกับเรา
G-gaiety-ความสนุก-เรารู้สึกถึงความสนุก
เมื่อได้อยู่ใกล้เขา
H-harrowing-ทุกข์ใจมาก-แต่ตอนอกหักก็ทุกข์ใจมาก
I-icy-สั่นสะท้าน-เมื่อเขาสัมผัส
เราสั่นสะท้าน
J-jaunty-ร่าเริง-แค่มองหน้าเขา
เราก็รู้สึกร่าเริง
K-keen-กระตือรือร้น-ถ้าได้มีเดทกับเขา
เราจะกระตือรือร้นเป้นยพิเศษ
L-lamb-คนน่ารัก-ความรักทำให้เราทำตัวเป้นคนน่ารัก
M-mad-หลงใหล-เราหลงใหลดวงตาที่มีเสน่ห์ของเขา
N-nice-เขิน-เวลาอยู่ต่อน่าเขา
เรามักจะเขิน
O-orientate-ปรับตัว-เพราะรักเราจึงพยายามปรับตัวให้เข้ากับเขา
P-palling-คบกัน-เมื่อความรักงอกเงย
เราก์เริ่มคบกัน
Q-quicken-ทำให้มีชีวิตชีวา-คนรักที่ทำให้เรามีชีวิตชีวา
คือคนในฝัน
R-ravishing-น่าหลงใหล-เราพยายามทำตัวให้น่าหลงใหลเพื่อที่เขาจะได้หันมามองเรา
S-sacrifice-ความเสียสละ-รักคือความเสียสละ
T-take-ทำให้หลงรัก-เราพยายามอย่างที่สุดที่จะทำให้หลงรักเราบ้าง
U-unconscionable-ไม่มีเหตุผล-ความรักน่ะ
ไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับหรอก
V-vacant-ใจลอย-ใจลอยทุกครั้งที่คิดถึงเขา
W-want-ปรารถนา-ปรารถนาอยากจะได้เขามาครอบครอง
X-x-จูบ-จูบแรกของเราอยากให้เป็นเขา
Y-yearn-รักใคร่-อยากให้เราทั้งคู่รักใคร่กันไปนานๆ
Z-zeal-ความเร่าร้อน-ความเร่าร้อนจะเกิดขึ้นต่อจากจูบ
คงรู้ซินะว่าอะไร ความรัก...กะ...น้ำเปล่าความรักก็เหมือนน้ำเปล่า
ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้ ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรแต่มันมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิด ใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง เหมือนกับน้ำเปล่า คุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ และอย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้ เพราะน้ำเปล่า มีคุณประโยชน์เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม ถึงมันจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง แต่น้ำเปล่า มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใดๆ น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ เหมือนกับรักแท้ คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์ เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด 100 ภาษาของคำบอกรักEnglish - I love you -`๏’- คำว่า “ฉันรักเธอ” ของแต่ละประเทศ-`๏’-
อย่าลิมบอกร๊ากแฟนตัวเองด้วยน๊า ว่า ช้าน ร๊าก เธอ หวังอารายเมื่อคบกะใครสักคนบางคนเวลาจะรักใครก็...ไม่เคยหวังอะไรตอบแทน แต่บางคน..เวลารักใครก็อยากให้เขารักตอบ ทำไมเขาไม่รัก
ความรู้สึกของคนเรามันต่างกัน… และถ้าถึงเวลาที่คุณหวังบ้าง...
ความรักนี่สิที่ทำให้โลกดูสดใส คุณว่าไหม แต่ถ้าเรารักมากจนเกินไป หรือไม่ก้อรักน้อยจนเกินไป มันก้อไม่เป็นผลดี "แล้วไงล่ะ"คำถามนี้เป็นเหตุให้เราต้องคิดว่าจาทำยังไงกับความรักที่มันช่างไม่พอดี แต่ทางแก้ไขส่วนใหญ่แล้ว ตามหลักของศาลยุติธรรมเค้าจาบอกว่า "เราควรเดินสายกลาง" ความหมายนี้ก้อน่าจะชัดๆอยู่ ไม่รักมากจนเกินไป และ ไม่รักน้อยจนเกินไป มันอาจจะยากในช่วงแรกๆ แต่เชื่อเหอะว่ามนุษย์เราต้องทำได้ แค่เรื่องขี้ปะติ๋วไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหม..... 10 อันดับเรื่องที่ผู้ชายเสียเปรียบผู้หญิง
กฎทอง 10 ข้อ ของคนรักกันกฎทองข้อที่ 1
เราจะไม่โกรธพร้อมกันทั้งสองคน อย่างที่คนโบราณเค้าว่า ถ้าเขาร้อนเป็นไฟ
คุณก็ต้องเย็นให้ได้ดั่งน้ำ
กฎทองข้อที่ 2
เราจะไม่ตะโกนใส่กันเด็ดขาด ยกเว้นเกิดไฟไหม้บ้านกระทันหัน
กฎทองข้อที่ 3
จำไว้ว่าไม่มีใครชอบคำติ หากจะคุยถึงสิ่งที่คุณไม่ชอบให้เขาทำ อย่าลืมพูดให้หวาน ๆ
เข้าไว้
กฎทองข้อที่ 4
เราจะไม่มารื้อฟื้นเรื่องบาดหมางในอดีต (ถ้าจะคุยเรื่องเก่า ๆ เลือกเรื่องหวานๆ
ของสองเราจะดีกว่า)
กฎทองข้อที่ 5
ทำให้เขารู้สึกว่า เขาสำคัญสำหรับคุณเสมอ
กฎทองข้อที่ 6
สัญญากันนะว่าเราจะไม่โกรธกันข้ามคืน (เพราะคุณนั่นแหล่ะจะนอนไม่หลับ)
คุยกันให้เข้าใจกันก่อนดีกว่าหันหลังให้กัน
กฎทองข้อที่ 7
คุยกันให้มากหน่อย จะช่วยให้ความรักระหว่างเราเข้าใจกันมากขึ้น
จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่คุณเจอะเจอ เรื่องงานของคุณ หนังสือที่คุณเพิ่งอ่านจบ ลองเล่าสู่กันฟัง แล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเราผูกพันกันมากขึ้นกว่าเดิม กฎทองข้อที่ 8
ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดก็ขอโทษซะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียฟอร์มหรอก
กฎทองข้อที่ 9
อย่าเข้าใจผิดว่าการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
หมายถึงความเอาใจใส่อย่างแท้จริงเพราะการใส่ใจ
คือการให้ความสนใจเต็มร้อยเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่คุณนั่งฟังเขาพูด
แต่ดูทีวีไปด้วย
กฎทองข้อที่ 10
อย่าลืมทำให้เขารู้ว่า เรายังรักกันเสมอ … ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ....
อาการมันแปลก...เหมือนไม่ได้รักกันอีกแล้วหรอ1.เราจะนึกถึงเค้าในเวลาที่เราเหงา
2.จะเราตื่นเต้นกับอีกแค่อีเมลหรือการโทรมาของเค้าเพียงครั้งเดียวก้อเหอะ
3.เรามีความสุขที่เราได้คุยและพูดกับเค้าตลอดเวลาโดยไม่ให้คนอื่นพูดแทรก
4.แทบนอนไม่หลับเมื่อบางครั้งเค้าชอบเล่นมุขน้ำเน่ากับเราเหมือนกับเค้ารักเราจริงๆ
และอีกหลายอาการมากมายที่เราเคยมีให้กับเค้าแต่ตอนนี้...
เราไม่ได้คุยกับเค้ามาเกือบจะ2เดือนแล้วเจอหน้ากันทุกวันนะ
ได้ใกล้ชิดกันทุกวันเพราะว่าต้องอยุ่กับกิจกรรมทุกวันได้คุยตลอด
แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป...เค้าไม่พูดกับเราเราก็ไม่พูดกับเค้า
เค้าเล่นอะไรกับเพื่อนเราขำๆ
เราก็ปล่อยไปไม่หึงเหมือนเมื่อก่อนคือตอนี้มีอาการ
1.รำคาญนายคนนี้ทำไมต้องมายุ่งด้วย
2.ไม่ต้องการเจอหน้าเลยพูดอะไรฟังขัดหูขัดตาไปหมด
3.รุ้สึกโมโหเมื่อเค้าชอบล้อเรา...ในเรื่องที่เราไม่ชอบเหมือนกับว่านั้นไม่ใช่การแกล้ง
4.อยากจะตะโกนด่าหรือว่าเค้าตลอดเวลาที่เค้าทำตัวไม่ได้ดีเลย
แต่ว่า....ส่วนลึกในใจ...มันกลับเสียใจไม่รุ้สิร่างกายมันกำลังหาไรมากำบังไว้ไม่ให้เห็นหน้าเดอืนหนึ่งได้คุยอย่างมากก็แค่..."ดี"
มันมีค่านะ
แต่วันนี้เราได้ตะโกนใส่เค้า...เราเหมือนนกับรำคาญจนทนไม่ไหว
เราตะโกนว่าเค้าและเค้าก้เงียบและกลับบ้านเลย...เราคงปล่อยมากไป
แต่เราก้อสับสนกับใจเพราะเพื่อนเค้าก็มาจีบเรา...เราเริ่มรุ้สึกว่าเราชอบเค้า
1.เรารอโทรสับเค้าทุกๆคืน
2.เวลาเจอหน้าแล้วทำเป็นเงียบไม่พูดคุยกับเค้ายกเว้นเวลาอยู่กัน2คน
3.มีความสุขที่เค้าห่วงเรา...มีความสุขที่ได้อยุ่ใกล้เค้า
4.ก้อแค่คิดว่ามันคือว่าชอบเท่านั้นต้องรอต่อไป....สินะ 15 เรื่องจริงรึเปล่าก้อไม่รู้ลองอ่านกานดูนะ จิงรึป่าวก้อไม่รุอะ ^O^
1. แฟนของคนอื่นมักจะหน้าตาดีกว่าแฟนของเรา 2. อย่ามาปฏิเสธนะ
ว่าเค้าสามารถทําให้คุณยิ้มได้ ในขณะที่คุณกําลังอารมณ์ไม่ดี
3. ผู้หญิงที่หน้าเหมือนนังชะนีในสายตาเรา
อาจจะเป็นนางฟ้าในสายตาเพื่อนเราบางคน
4.
เวลาเจอคนน่ารักคุณมักไม่กล้าจีบ
5. เวลาคุณจะจีบใครซักคนขึ้นมาจิงๆ
คุณต้องให้เพื่อนติดต่อให้
6.
คุณปฏิเสธไม่ได้ว่าในโลกนี้คุณรักผู้หญิงอยู่ถึงสองคน ... คนหนึ่งก้อแม่ของคุณ
อีกคนหนึ่งก้อ ... ^O^
7. คุณนั่งร้องไห้แฟนหายไปมีกิ๊ก
แต่ตัวคุณเองก้อมีกิ๊กเหมือนกัน!!
8. ผู้ชายส่วนใหญ่จะเข้าใจดี
ว่าแฟนเราขี้งอนที่สุดเสมอ!!
9. แฟนไม่หล่อแต่ก้อไม่เป็นไร
ขอให้รวยก้อแล้วไป ก้อถือว่าใช้ได้ละ
10. e - mail ของเพื่อนคุณเป็นสิบๆฉบับ
ยังเทียบไม่ได้กับ e - mail ของเค้าแค่ฉบับเดียว
11. ไม่หล่อแล้ว
ก้อไม่มีความรู้แต่ว่าผมเจ้าชู้ ... ใช่มั้ยคะหนุ่มๆ ^O^
12. ผับปิดแล้วยังไม่อยากกลับ
นอนคนเดียวไม่ค่อยหลับ แล้วก้อรอเธอชวนกลับ จิงมั้ยจ๊ะหนุ่มๆ
>o<
13. ผู้หญิงชอบมองว่าตัวเองสวย sexy
น่ารัก แต่ก้อยังไม่มีแฟนกะเค้าซักที
14.
วันนี้วันที่เท่าไหร่คุณยังต้องดูปฏิทินเลย แต่เบอร์โทรของเค้ามีตัวเลขตั้งหลายตัว
คุณดันจําหมดทุกตัวเลย
15. รู้นะ ...
ถึงแม้ว่าแฟนคุณจะง้อยากขนาดไหน แต่คุณก้อมีวิธีการง้อให้เค้าหายงอนล่ะน่า
>o< 14 สิ่ง........ที่สุดในชีวิต
แฟนเก่าแฟนเก่า คือ คนที่ในอตีดเค้าคือ
นางฟ้า/ฮีโร่ ในใจคุณ แฟนเก่า คือ
คนที่คุณเคยคิดว่าเค้าน่ารักที่สุด (ในสายตาคุณ) แฟนเก่า คือ
คนที่คุณเคยอยากเห็นหน้าเค้ามากที่สุด แฟนเก่า คือ
คนที่คุณเคยคิดถึงมากที่สุด แฟนเก่า คือ
คนที่เคยสอนให้คุณรู้จักคำว่ารัก แฟนเก่า คือ
คนที่เวลาหนังเข้าคุณจะนึกถึงเค้าเป็นคนแรก แฟนเก่า คือ
คนที่ทำให้คุณมองโลกสดใส (สีชมพู) แฟนเก่า คือ
คนที่ทำให้คุณอยากไปโรงเรียน (อยากเจอกันทุกวัน) แฟนเก่า คือ
คนที่สอนให้คุณเข้าใจสัจธรรมของคำว่าเข้าใจกันและกัน แฟนเก่า คือ คนที่เคยเป็น
"แฟนฉัน" แฟนเก่า คือ
คนที่ทำให้คุณหัวเราะได้ แฟนเก่า คือ คนที่คุณเคยรัก
แฟนเก่า คือ
คนที่คุณเคยคิดว่าอยากอยู่ด้วยกันตลอดไป แฟนเก่า คือ
คนที่ทำให้คุณมีความสุขกับความรัก แฟนเก่า คือ
คนที่คุณเคยเบื่อที่จะตอบคำถาม ไปไหนมา ไปกับใคร ไปที่ไหน ไปทำไม
แฟนเก่า คือ
คนที่คุณเคยพูดถึงเสมอว่า เบื่อ และสุดท้ายถ้าคุณเข้ามาอ่านบทความ ''แฟนเก่า'' นี้นั้นแสดงว่าคุณ ยังคิดถึงเค้าอยู่ ปล. แฟนเก่าคือคนที่สอนให้คุณเป็นคนปากกับใจไม่ตรงกัน ปากก็บอกว่าเกลียดๆ ทั้งที่ในใจอาจจะยังรักเค้า คุณจะรู้ได้ยังไงว่าคุณโง่?มาเล่ากานต่อดีก่า... วันนี้เราจามาโม้กันต่อในหัวข้อที่เรียกว่า
โง่
เมื่อคุณแลกซื้อคูปองอาหารที่มาบุญครองเพื่อเก็บไว้ใช้ที่เซ็ลทรัลพระราม
3
เมื่อคุณเดินสะดุดสายโทรศัพท์มือถือ
เมื่อคุณคิดว่าการหัวเราะเสียงดังแสดงถึงความไม่กลัวใคร
เมื่อคุณส่งแฟกซ์โดยติดแสตมป์ไปด้วย
เมื่อคุณพยายามฆ่าปลาให้ตายด้วยวิธีอุดจมูกมันแล้วกดน้ำ
เมื่อคุณคิดว่าใช้น้ำยาล้างจานกลิ่นมะนาวใส่ในน้ำชาก็จะได้ชามะนาว
เมื่อคุณคิดว่าตัวเองเป็นรถยนต์ เดินข้ามสี่แยกตอนไฟเขียว
เมื่อคุณสำนึกว่าสิ่งที่ทำมาตลอด ทำให้คนรอบข้างเดือดร้อน
และคุณก็ทำอีก
เมื่อคุณบอกรักใครสักคนด้วยการขอในสิ่งที่เค้าไม่ได้อยากจะให้
เมื่อคุณทำลายข้าวของสาธารณะ เพราะอยากเห็นสังคมดีขึ้น
เมื่อคุณคิดว่าคนเลือดกรุ๊ปเอจะเรียนเก่งกว่าคนเลือดกรุ๊ปบี
เมื่อคุณใส่ขวดยาเข้าไปในเครื่องพิมพ์ดีดเพื่อจะพิมพ์ชื่อยา
เมื่อคุณคิดว่าเสือร้องไห้คือสายพันธุ์หนึ่งของเสือ
เมื่อคุณคิดว่านางเอกที่เล่นละครทีวี
ซึ่งออกอากาศทั้งสองช่องพร้อมกันเป็นฝาแฝดกัน
เมื่อคุณเล่าตอนต่อไปของหนังให้เพื่อนฟังในโรงหนัง
โดยคิดว่าคนอื่นจะมองว่าคุณฉลาด
เมื่อคุณเชื่อว่าความสวยกับความงามสำหรับผู้หญิง คือ สิ่งเดียวกัน
ซึ้งๆกับ นักเดินทาง กับ ตะเกียงและแสงจันทร์นักเดินทาง กับ ตะเกียงและแสงจันทร์
ฉันอาจเป็นเพียงตะเกียงดวงหนึ่ง ที่มีแสงเพียงน้อยนิด อาจจะไม่จำเป็นเลยในบางช่วงบางขณะ ที่พระจันท์ทอแสงนวลกระจ่าง เธออาจจะทิ้งฉันไว้ข้างทางก้อเป็นได้ หากเธอคิดว่าฉันไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย ฉันจึงเปรียบตะเกียง เป็นดั่ง ตัวฉัน... ส่วนเธอน่ะ เป็น นักเดินทางคนนึง... ส่วนเค้าคนนั้น เป็น พระจันทร์.... นักเดินทางคนหนึ่งกับตะเกียงดวงเก่า ตะเกียงที่ให้แสงสว่างในค่ำคืนที่มืดมิด ตะเกียงที่ให้ความอบอุ่นได้ เมื่อนักเดินทางผู้นั้นต้องการ ในค่ำคืนที่สายลมหนาวได้ผ่านพัดมาอีกครา การเดินทางของนักเดินทางผู้นั้นก้อมีตะเกียงเป็นเพื่ อนคู่ชีพ แสงเพียงน้อยนิดที่พอจะส่องทางได้เป็นระยะๆ ทำให้นักเดินทางผู้นั้นเริ่มไม่พอใจในสิ่งที่ เค้ามีอยู่ เมื่อเค้ามีเพื่อนร่วมทาง เพื่อนร่วมทางก็ได้กล่าวว่า " จะใช้ตะเกียงดวงเก่านี้ไปทำไม ในเมื่อแสงจากพระจันท์ออกจะสว่างถึงเพียงนี้" นักเดินทางผู้นั้นคิดได้จึง ทิ้งตะเกียงผู้น่าสงสารไว้ข้างทาง หลงเชื่อคำกล่าวของเพื่อนร่วมทาง ซึ่งเป็นเพียงแค่คนที่ผ่านมาแล้วก้อผ่านไป ค่ำคืนนั้น เป็นคำคืนที่ยาวนานสำหรับฉัน......ตะเกียงผู้ถูกทอดท ิ้งไว้ข้างทางก้อเค้าไม่สนใจแม้แต่น้อย กลับกัน เธอนักเดินทางที่กำลังหลงระเริงกับแสงจากพระจันทร์ ที่ส่องแสงนวลกระจ่าง มันสวยงาม มันชวนฝัน นักเดินทางผู้นั้นจึงเดินทางไปเรื่อยๆเพียงลำพัง แค่สัมภาระ ไร้ ตะเกียงดวงเก่า! เมื่อความมืดมิดแห่งค่ำคืนได้ผ่านพ้นไป แสงจันท์ที่เคยกระจ่างยามค่ำคืนก้อเลือนหาย ดวงตะวันได้โผล่ขึ้นมารับอรุณบอกกับทุกคนที่อยู่ใต้ผ ืนฟ้าว่านี่คือ เช้าวันใหม่ .............. สายลมหนาว -- ผ่านพัดมาเยือนอีกครา----------ผ่านพัด---เป็นลมหนาวที่เย็นยะเยือก ตะเกียงดวงเก่าที่ถูกทอดทิ้ง บัดนี้ นักเดินทางอีกคนได้ผ่านมาพบจึงเก็บไว้เป็นสมบัติตน ตะเกียงจึงกลับกลายเป็น ของมีค่าอีกครั้ง มันได้ทำหน้าที่เช่นเดิม คือ ให้แสงสว่างและความอบอุ่นไปพร้อมๆกัน เมื่อตะวันลับฟ้าไปแล้วลำแสงสุดท้ายของวันเป็นสีส้มเ ป็นแสงสว่างสุดท้ายของวันนี้ ค่ำคืนได้ย่างกรายเข้ามา สายลมหนาวก้อเริ่มพัดแรงขึ้นๆ ดวงจันท์ที่เคยทอแสงกระจ่างกลับถูกหมอกเมฆบดบังจนสิ้ น! ราวกับจะกลั่นแกล้งนักเดินทางคนเก่าที่เคยเป็นเจ้าขอ งตะเกียง เค้าผู้นั้นไม่มีแม้แต่แสงไฟที่จะใช้ส่องทางและเช่นก ัน เค้าไม่มีแม้กระทั่งความอบอุ่น นักเดินทางหนาวสั่นจะเดินต่อก็กลัว หลงทาง เค้าจึงย้อนกลับไปเอาตะเกียงดวงเก่าที่ได้ทิ้งไว้เมื ่อคืนก่อน ... ลมหนาวได้ผ่านพัดมา ราวกับจะทรมานนักเดินทางผู้นั้น จนกระทั่งมาถึงจุดที่เขา ได้ทิ้งตะเกียงไว้ บัดนี้ตะเกียงดวงเก่าได้ สาปสูญไปแล้ว เค้านึกเสียดายจับใจ แม้จะเรียกร้องเพียงใดก้อมิได้กลับคืน จึงทำได้แต่เพียงนอนหนาว รอให้เมฆหมอกที่บดบังดวงจันท์นั้นได้ผ่านเลยไป เวลาได้ผ่าน........เมฆหมอกได้เลือนหายไปแล้ว แสงจันท์ได้กลับมาสดใสอีกครา ทำให้นักเดินทาง ผู้เหน็บหนาวอุ่นใจขึ้น แต่ดวงจันท์ก้ออยู่ไกลเกินไป....... ไกลเกินที่จะทำให้นักเดินทางผู้เหน็บหนาวได้รับความอ บอุ่น------------ เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า " เรามักจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราครอบครองนั้นดีเพียงไรมี คุณค่ากับเราเพียงใด เราจะรู้ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว" เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากให้ผู้ที่ใฝ่สูงทั้งหลายจงหันก ลับมามองคนใกล้ตัว การชะเง้อมันเมื่อยกว่าการก้ม จริงไหม ? ขนมครกแห่งความรักไอ้ทิ หรือพ่อกะทิ
ชายหนุ่มโผงผางผู้กำพร้าพ่อแม่ อยู่ตัวคนเดียว พูดจริง ทำจริง ขยันขันแข็งเอางานเอาการ เสร็จจากงานนาก็มารับจ้างขี่ควายส่งคน เข้าซอย ทุกคนในหมู่บ้านล้วนรักและเอ็นดูไอ้ทิ ยกเว้นผู้ใหญ่ปลั่ง เพราะ ผู้ใหญ่ปลั่งมีลูกสาวสวย ที่ดันมาหลงรักไอ้ทิด้วยเช่นกัน แม่แป้ง ลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่ปลั่งสาวสวยประจำหมู่บ้าน นางเจอกับไอ้ทิในวันลอย กระทง ทั้งคู่ขี่ควายสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์ ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรค ขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอเอาความรักแท้ที่จริงใจฝ่าฟันข้ามไป แล้วไอ้ทิก็รวบรวมเงินทองเท่าที่เก็บสะสมมาได้ ไปบ้านผู้ใหญ่ปลั่งเพื่อสู่ขอ แม่แป้ง ซึ่งผู้ใหญ่ก็ต้อนรับมันอย่างดี ด้วยชายฉกรรจ์ 6 นาย พร้อมอาวุธ ครบมือ ไอ้ทิไม่ว่ากระไร ได้แต่พาร่างอันสะบักสะบอมกลับไปบ้านนอนหยอดน้ำข้าว ต้มหลายวัน ด้วยใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาขอใหม่ ขอไปจนกว่าผู้ใหญ่จะ ใจอ่อน ในที่สุดผู้ใหญ่ปลั่งก็ปิดหนทางความรักของไอ้ทิ ด้วยการคลุม ถุง จัดงานแต่งงานให้ลูกสาวกับปลัดหนุ่มจากบางกอก ไอ้ทิรู้ข่าวจึงรีบวิ่ง ทุรนทุรายหมายจะมาทำลายพิธี ซึ่งผู้ใหญ่ปลั่งก็รู้ดีว่าไอ้ทิต้องกระทำแบบ นี้ จึงขุดหลุมพรางดักรอเอาไว้ แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้าย ก็แอบหนี หมายจะ มาห้ามคนรักไม่ให้หลงกล เหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์ ได้แต่ปะติดปะต่อมาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านแบบปากต่อปากว่า ... คืน นั้นเป็นคืนเดือนแรม แม่แป้งแอบวิ่งฝ่าความมืดออกมาดักหน้าไอ้ทิ ไอ้ทิ เห็นแม่แป้งวิ่งมาก็ดีใจ รีบวิ่งไปหา แม่แป้งเห็นไอ้ทิรีบวิ่งมา ก็รีบวิ่ง เข้าไปหาให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก ฉับพลัน... ร่างแม่แป้งก็ร่วงหล่น ลงไปในหลุมพรางของผู้ใหญ่ปลั่ง ต่อหน้าต่อตาไอ้ทิทันที อารามตกใจ ไอ้ทิ รีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือ อารามดีใจ สมุนชายฉกรรจ์ 6 นายของผู้ใหญ่ ปลั่ง รีบเข้ามาโกยดินฝังกลบ เพราะคิดว่าก้นหลุมมีเพียงไอ้ทิผู้เดียวที่ อยู่ในนั้น ... รุ่งเช้า ผู้ใหญ่ปลั่งเดินยิ้มมาขุดหลุมเพื่อดูผล ภาพ เบื้องล่างพบไอ้ทิตระกองกอดทับร่างแม่แป้งลูกสาวของตน นอนตายคู่กันอย่างมี ความสุข เมื่อยิ้มถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตา ผู้ใหญ่ปลั่งสั่งลูกสมุน สร้างเจดีย์คลุมครอบปิดหลุมนั้นไว้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนทั่วไปว่า อย่าคิดทำร้ายหรือทำลายความรักของใครอีกเลย สถานที่ตั้งเจดีย์นั้นไม่มี ใครรู้แน่นอน จะมีก็แต่เพียงอนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมา จน เป็นประเพณีทุกแรมหกค่ำเดือนหก ชาวบ้านที่ศรัทธาในความรักของไอ้ทิกับแม่แป้ง จะตื่นตั้งแต่มืด เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวาน ปรุงจากแป้งและกะทิ บรรจง แคะจากพิมพ์ แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกัน เป็นสัญลักษณ์ว่า จะได้อยู่ร่วมกัน ตลอดไป ขนมนี้เรียกขานกันในนาม ขนมแห่งความรัก หรือเรียกย่อๆ ว่า " ขนม ค.ร.ก."... เราไม่อยากอกหักเลย...เพิ่งรู้ว่ามันเจ็บแค่ไหนเราเพิ่งรู้ว่าการอกหักเนี่ยมันเป็นยังไง... มันเป็นการอกหักครั้งแรกของเรา...เราเลยรู้สึกว่ามันเจ็บมากๆ เจ็บจริงๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ฟังจากเธอตรงๆ...แค่เพื่อนมาบอก เราแทบจะยิ้มไม่ออกเลย...มันรู้สึกเหมือนความหวังที่มีทุกๆออย่างดับวูบ เราพยายามทำตัวให้ธรรมดาที่สุดเเละพูดไปว่า ดีเเล้วแหละ... ถ้าไม่ชอบก็กรุณาอย่ามาทำดีด้วยสิ ไม่อยากมีความรู้สึกดีๆกับเธอเลย... เราเพิ่งเข้าใจว่ารักมากก็เจ็มมากเป็นยังไง และยังได้รู้อีกว่ารักมากก็เกลียดมากอีกด้วย ที่จริงมันไม่ใช่ความผิดของเธอเลย มันเป็นเราต่างหากที่ดันไปรักเธอเข้า... เข้าใจแล้ว....เราจะไม่คุยกับเธออีก.... ลาก่อนความรักครั้งแรกของฉัน ลาก่อนความรักที่ทำให้ฉันรู้จักรักใครอย่างจริงจัง ขอบคุณสำหรับบทเรียนที่แสนแพงและเราจะไม่มีวันเจ็บอีกแน่ .....คนที่เคยรักเธอ.... มาถอดรหัสหัวใจตัวเองกันเถอะ(แม่นมากเลยนะ เดี๋ยวหาว่าไม่บอก)เรื่องที่ 1 – นกน้อยสีฟ้า > >>>> > >>>> > >>>>วันหนึ่งมีนกสีฟ้าบินเข้ามาในห้องของคุณ และหาทางออกไม่ได้ > >>>>นกตัวนี้มีอะไรบางอย่างที่ทำให้คุณประทับใจ คุณจึงตัดสินในเลี้ยงมันไว้ > >>>>แต่แล้วในวันรุ่งขึ้น คุณก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า > >>>>เจ้านกตัวนี้สามารถเปลี่ยนสีได้ในชั่วข้ามคืน จาก สีฟ้ากลายเป็น สีเหลือง > >>>>เช้าวันที่สามมันเปลี่ยนสีเป็น สีแดง และวันที่สี่ก็เปลี่ยนเป็น สีดำสนิท > >>>>คุณคิดว่าเช้าวันที่ห้าเมื่อคุณตื่นขึ้นมา เจ้านกตัวนี้จะกลายเป็นสีอะไร? > >>>> 1. ไม่เปลี่ยนสี ยังคงเป็นสีดำ > >>>> 2. เปลี่ยนกลับไปเป็นสีฟ้าเหมือนเดิม > >>>> 3. เปลี่ยนเป็นสีขาว > >>>> 4. เปลี่ยนเป็นสีทอง > >>>> > >>>> > >>>>ความหมาย “นกน้อยสีฟ้า” > >>>> > >>>> > >>>>นกที่บินเข้ามาเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความโชคดี แต่แล้วจู่ๆ > >>>>มันก็เปลี่ยนสี ทำให้คุณกังวลว่า ความสุข > >>>>ที่คุณมีอยู่จะไม่ยั่งยืน ปฏิกิริยาของคุณต่อเหตุการณ์นี้ แสดงให้เห็นว่า > >>>>คุณตอบสนองต่ออุปสรรค และความ > >>>>ไม่แน่นอนของชีวิตอย่างไร > >>>> 1. หากคุณตอบว่านกยังคงเป็นสีดำ คุณเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย > >>>>คุณมักจะเชื่อว่า เมื่อสถานการณ์ > >>>> เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี มันก็ไม่มีทางที่จะกลับมาเป็นปกติได้ > >>>>ความจริงคุณน่าจะพยายามคิด > >>>> ว่า ถ้าเกิดว่าอะไรๆ มันเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้ > >>>>มันคงไม่สามารถเลวร้ายลงไปกว่านี้ได้อีกแล้ว > >>>> ขอให้พึงระลึกว่า “ไม่มีฝนคราใดจะตกได้ตลอดกาล > >>>>และไม่มีราตรีใดที่มืดมิดเสียจนไร้ซึ่งอรุณรุ่ง > >>>> แห่งวันใหม่” > >>>> 2. หากคุณตอบว่า นกเปลี่ยนกลับไปเป็นสีฟ้าเหมือนเดิม > >>>>คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี คุณเชื่อว่าชีวิตก็ > >>>> ต้องมีดีบ้างร้ายบ้างปะปนกันไป > >>>>ไม่มีทางที่คุณจะฝืนความจริงข้อนี้ได้ คุณยอมรับสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้ > >>>> นได้อย่างสงบ > >>>>และปล่อยให้มันเป็นไปตามที่มันควรจะเป็นโดยไม่กังวลหรือเครียดกับมันจนเกินไ ป > >>>> มุมมองของคุณทำให้คุณสามารถยืนหยัดอยู่ได้ > >>>>แม้คลื่นแห่งความยากลำบากจะถาโถมเข้ามา > >>>> 3. หากคุณตอบว่า นกเปลี่ยนเป็นสีขาว คุณเป็นคนสงบ > >>>>และกล้าตัดสินใจเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน > >>>> แม้ว่าสถานการณ์จะถึงขั้นวิกฤต คุณก็จะไม่เสียเวลามานั่งกลุ้มใจ > >>>>หรือมัวลังเล ถ้าสถานการณ์แย่ > >>>> ลงจะเกินเยียวยา > >>>>คุณจะตัดสินใจถอนตัวแล้วหาหนทางใหม่ที่จะทำให้คุณบรรลุเป้าหมายโดยไม่ยอม > >>>> จมปลักอยู่กับความทุกข์ > >>>>วิธีการริเริ่มแก้ไขปัญหาของคุณดูเหมือนจะทำให้สิ่งต่างๆ ผ่านพ้นไปได้ > >>>> เอง > >>>> 4. หากคุณตอบว่า นกเปลี่ยนเป็นสีทอง คุณเป็นคนไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด > >>>>คุณไม่รู้จักกดดัน สำหรับคุณ > >>>> ทุกๆ วิกฤต คือโอกาส > >>>>คุณอาจเปรียบตัวคุณเหมือนจักรพรรดินะโปเลียนผู้เคยกล่าวไว้ว่า “…เป็น > >>>> ไปไม่ได้ : มันไม่ใช่ภาษาฝรั่งเศสนี่” > >>>>แต่คุณต้องระวังอย่าให้ความมั่นใจแบบไร้ขีดจำกัดของคุณทำลายส่วนที่ดีที่สุด ของคุณไป > >>>>เพราะ ความกล้า กับ ความบ้าบิ่น นั้นมันต่างกันเพียงนิดเดียวอง > >>>> > >>>> > >>>> > >>>> > >>>> > >>>>เรื่องที่ 2 – อ่านนิตยสารยอดนิยมอง > >>>> > >>>> > >>>>คุณเพิ่งซื้อนิตยสารยอดนิยมเล่มหนึ่งและนำกลับมาอ่านที่บ้าน > >>>>คุณอ่านนิตยสารนั้นอย่างไร? > >>>> 1. อ่านทั้งเล่มจากหน้าแรกถึงหน้าสุดท้าย > >>>> 2. เปิดคอลัมน์ที่คุณสนใจ และอ่านเฉพาะคอลัมน์นั้น > >>>> 3. พลิกไปเรื่อยๆ และอ่านเฉพาะหน้าที่คุณคิดว่าควรค่าแก่การอ่าน > >>>> 4. ถ้ารูปเล่ม และการเรียงหน้าเหมือนเดิม คุณก็อ่านเหมือนกับทุกๆ > >>>>ทีที่เคยอ่าน > >>>> > >>>> > >>>>ความหมาย “การอ่านนิตยสารยอดนิยม” > >>>> > >>>> > >>>>ลักษณะของการอ่านนิตยสารของคุณสะท้อนให้เห็นว่า > >>>>คุณจัดการกับตัวเลือกที่หลากหลาย อย่างไร กล่าว > >>>>โดยเจาะจง คือ > >>>>การแบ่งและจัดสรรเวลาในการอ่านนิตยสารของคุณแสดงถึงวิธีการที่คุณใช้จัดสรรก ารใ > >>>>ช้ทรัพยากร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…เงิน… > >>>> 1. อ่านทั้งเล่มจากหน้าแรกถึงหน้าสุดท้าย > >>>> คุณเป็นคนประเภทที่รู้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ของคุณอยู่ที่ไหน > >>>>และได้ถูกใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง > >>>> ไม่ใช่เพราะคุณคำนึงถึงงบประมารณ หรือ การวางแผนการเงินอะไรหรอก > >>>>คุณแค่รู้สึกสบายใจที่ > >>>> ได้รู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหน > >>>>คุณเกลียดความคิดที่ว่าคุณหลงลืมอะไรบางอย่างไป คุณจัดทำบัญชีของคุณไว้ > >>>> อย่างเป็นระเบียบ > >>>>และรู้ว่าคุณมีเงินเหลืออยู่ในบัญชีของคุณเท่าไหร่รวมถึงดอกเบี้ยต่างๆ > >>>>ด้วยอง > >>>> 2. เปิดคอลัมน์ที่คุณสนใจ และอ่านเฉพาะคอลัมน์นั้น > >>>> คุณเป็นคนที่ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย และไม่ระมัดระวัง > >>>>เมื่อไหร่ที่คุณมีเงินคุณก็จะใช้มัน ซื้ออะไรก็ > >>>> ตามที่คุณพอใจ คุณมักคิดว่า > >>>>“ฉันอาจจะเริ่มเก็บเงินเดือนหน้านี้แล้วนะ” ตอน ที่คุณใช้เงินบาทสุด > >>>> ท้าย ถ้าคุณจะสามารถเก็บเงินได้บ้าง ก็ไม่แปลกเลยที่คุณจะไปกด > >>>>เอทีเอ็มถอนเงินนั้นมาเพื่อ > >>>> ใช้ทำอะไรฆ่าเวลา > >>>> 3. พลิกไปเรื่อยๆ และอ่านเฉพาะหน้าที่คุณคิดว่าควรค่าแก่การอ่าน > >>>> คุณอาจจะคิดว่า คุณเป็นคนประหยัด แต่บางคนอาจจะบอกว่า > >>>>คุณเป็นคนขี้เหนียว ความจริงก็คือ > >>>> คุณจะไม่ใช้จ่ายอะไรโดยที่ไม่เกิดประโยชน์ หรือเสียเปล่า > >>>>คุณเลือกที่จะเก็บออมไว้ใช้ยามจำเป็ > >>>> น คุณจะไม่เผลอตัวซื้อของโดยไม่ได้ตั้งใจ > >>>>หรือใช้บัตรเครดิตจนชนวงเงิน ความจริงคุณน่าจะ > >>>> ผ่อนปรนวิธีการใช้เงินของคุณบ้างในบางโอกาส > >>>>เงินมีไว้เพื่อให้คุณมีชีวิตที่ดีไม่ใช่หรือ? > >>>> 4. ถ้ารูปเล่มและการเรียงหน้าเหมือนเดิม คุณก็อ่านเหมือนกับทุกๆ > >>>>ทีที่อ่าน > >>>> > >>>> > >>>>คุณใช้เงินตามแบบของคุณจนเป็นนิสัย ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร > >>>>ถ้าคุณถูกล็อตเตอรี่ คุณจะไม่ > >>>>ไปเดินชอบปิ้งซื้อของราคาถูกตามห้างต่างๆ และในทางกลับกัน ถ้าคุณล้มละลาย > >>>>คุณก็จะยังคงใช้เสื้อผ้า > >>>>ราคาแพงที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง คุณเป็นคนที่ไม่สนใจ > >>>>หรือกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของสถา > >>>>นะการเงิน เพราะฉะนั้นคุณน่าจะหาคู่ชีวิตที่ดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ให้คุณได้ > >>>>และยกหน้าที่นี้ให้เขาหรือ > >>>>เธอไปเลย > >>>> > >>>> > >>>> > >>>> > >>>> > >>>>เรื่องที่ 3 – ลึกลงไปนั้น… > >>>> > >>>> > >>>>คุณอยู่ในตึกร้างแห่งหนึ่ง และกำลังยืนอยู่หน้าห้องใต้ดิน > >>>>ที่มีบันไดทอดยาวลงไป คุณค่อยๆ เดินลงไปช้าๆ > >>>>ขณะเดียวกันก็นับขั้นของบันได 1 ขั้น… 2 ขั้น… 3 ขั้น… > >>>> 1. บันไดที่นำคุณลงไปถึงข้างล่างมีทั้งหมดกี่ขั้น? > >>>> 2. หลังจากนั้นคุณได้ยินเสียงของใครบางคนดังออกมาจากความมืด > >>>>คนผู้นั้นกำลัง > >>>> ร้องไห้เบาๆ > >>>> ร้องคร่ำครวญจนฟังไม่ได้ศัพท์ > >>>> หรือว่ากำลังพูดกับคุณ? > >>>>3. คุณทำอย่างไรเมื่อได้ยินเสียงคนคนนั้น? > >>>> พยายามหาที่มาของเสียง? > >>>> วิ่งหนีโดยสัญชาตญาณขึ้นมาข้างบนอย่างไม่เหลียวหลัง? > >>>> หรือว่ายืนตัวแข็งด้วยความหวาดกลัว และไม่ขยับเขยื้อนไปไหน? > >>>>4. คุณได้ยินเสียงคนคนหนึ่งเรียกชื่อคุณ > >>>>และเห็นเงาของเขาทอดตัวลงมาจากบันไดขั้นบนสุด ใครคือคนที่ > >>>>กำลังเดินลงมาหาคุณ? > >>>> > >>>> > >>>>ความหมาย “ลึกลงไปนั้น…” > >>>> > >>>> > >>>>ตึกร้างและห้องใต้ดินเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของความทรงจำที่ฝังลึก > >>>>และรอยแผลในจิตใจเราทุกคนต่างก็มี > >>>>ประสบการณ์ที่ไม่อยากจะระลึกถึง หรือความผิดหวังที่เราคิดว่า > >>>>เราลืมมันไปแล้ว แต่ความทรงจำนั้นไม่ > >>>>อาจลบเลือนไปได้ง่ายๆ > >>>>สิ่งที่เราอยากลืมจะคงอยู่กับเราเนิ่นนานเกินกว่าที่เราคาดคิด การตอบสนอง > >>>>ของคุณต่อสถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า > >>>>คุณจัดการกับความทรงจำในอดีตที่แสนเจ็บปวดอย่างไร > >>>> 1. จำนวนขั้นบันได้ที่ทอดสู่ชั้นใต้ดิน > >>>>บอกถึงอิทธิพลของรอยแผลในจิตใจที่มีต่อคุณขณะนี้ > >>>> หากคุณตอบว่า ขั้นบันได้มีเพียงไม่กี่ขั้น > >>>>คุณได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเพียงเล็กน้อย แต่ > >>>> หากคุณคิดว่าบันไดนั้นทอดยาวลึกลงไปสู่ห้องใต้ดิน > >>>>คุณเป็นผู้ที่มีบาดแผลฝังลึก ในใจเฉกเช่นความ > >>>> ลึกของบันได > >>>> 2. เสียงที่คุณได้ยินมาจากความมืด > >>>>บอกว่าคุณผ่านพ้นประสบการณ์อันเลวร้ายในอดีตมาได้อย่างไร > >>>> หากคุณตอบว่า ได้ยินเสียงร้องไห้เบาๆ > >>>>คุณมักจะได้รับการปลอบโยนจากผู้อื่นเมื่อมีปัญหา และ > >>>> หายจากความโศกเศร้าด้วยความช่วยเหลือจากคนเหล่านั้น > >>>> > >>>> > >>>> หากคุณตอบว่า ได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญจนฟังไม่ได้ศัพท์ > >>>>คุณได้ผ่านความทุกข์ครั้งนั้นมาด้วยตนเอ > >>>> งอย่างยากลำบาก > >>>>เสียงครวญครางที่คุณได้ยินเป็นเสียงของความเจ็บปวดที่ฝังลึกของคุณเอง > >>>> > >>>> > >>>> หากคุณตอบว่า ได้ยินเสียงนั้นกำลังพูดกับคุณ > >>>>คุณมีรอยแผลเป็นในใจซึ่งเป็นเสมือนเหรียญเกียรติย > >>>> ศ แต่คุณไม่ยอมรับว่านั่นเป็นบาดแผล > >>>>นักปรัชญาผู้มีชื่อเสียงได้กล่าวว่า “สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้เรา > >>>> ตาย แต่มันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น” แต่จงระวัง > >>>>อย่าให้สิ่งนี้ทำให้คุณแข็งกระด้าง และไม่แยแส > >>>> ความรู้สึกของผู้อื่น > >>>> 3. ปฏิกิริยาของคุณต่อเสียงในความมืด > >>>>บอกว่าคุณจัดการกับความเจ็บปวดในอดีตอย่างไร > >>>> หากคุณค้นหาที่มาของเสียง แสดงว่า > >>>>คุณมักจะทำอย่างนั้นเช่นกันในชีวิตจริง การเผชิญหน้ากับ > >>>> ปัญหาอย่างตรงไปตรงมาจะทำให้คุณพบกับทางออกอย่างแน่นอน > >>>> > >>>> > >>>> หากคุณวิ่งหนีขึ้นมาชั้นบนโดยไม่เผชิญหน้ากับเสียงนั้น > >>>>คุณมักจะละเลยปัญหาโดยหวังว่าสักวันมันจะ > >>>> ดีขึ้นเอง วิธีนี้อาจใช้ได้ในบางกรณี > >>>>แต่อย่าประหลาดใจหากคุณพบว่าปัญหานั้นวนเวียนอยู่กับคุณนา > >>>> นกว่าที่คิด บางครั้งคุณก็ต้องยืนหยัด > >>>>และหันไปเผชิญหน้ากับความกลัวเสียบ้าง > >>>> > >>>> > >>>> หากคุณยืนตัวแข็งด้วยความกลัวอยู่ตรงนั้น > >>>>อาจหมายความว่าคุณมีความขัดแย้งในอดีตที่ยังไม่ได้แก้ > >>>> ไข มันยังตามหลอกหลอนคุณ > >>>>และขัดขวางคุณไม่ให้คุณดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้าอย่างผาสุก > >>>> 4. คนที่ปรากฏตัวที่บันไดขั้นบนสุด และเรียกชื่อคุณ คือ > >>>>คนที่คุณคิดว่าสามารถพึ่งพาได้เมื่อมีปัญหา > >>>> และคุณเชื่อว่า คนคนนั้นสามารถปลอบโยน > >>>>และช่วยเยียวยาแผลในใจของคุณ ช่วยกานเม้นด้วยน้า จาด้ายเปนกำลังจาย 18 ข้อความของความรักและชีวิต อ่านะ
ก้อใกล้ที่จะถึงวันวาเลนไทน์แล้วสิ ใครกันหนอที่จะได้รับดอกไม้ในวันวาเลนไทน์
เฮ้อ!!! เราคงไม่ได้หรอก แฟนก้อไม่มี!!!! น่าสงสารตัวเองจัง...
ใครที่สมหวังในเรื่องของความรักก้อขอให้รักษาความรักนี้ให้นานๆนะครับ
รักใครแล้วก้อขอให้รักเค้าให้เป็น
และควรเตือนตัวเองเสมอว่าความรักไม่ใช่เป็นเพียงของเล่น แต่ถ้ารักใครก้อให้จริงใจ
แล้วท่านจะสมหวัง...ในเรื่องอื่นๆที่จะตามมา ... ขอไม่บอก
คิดเอาเอง
1. จง "บอกรัก" กับคนที่คุณรัก
ด้วยความพยายามที่เหมาะสมและด้วยความเป็นตัวของคุณเอง 2. "ความรัก" คือ ความห่วงใย ใจใส่ อาจเป็นความลุ่มหลงนิดนิด Need ที่ต้องการการตอบรับและ กลับคืนมาหาคุณไม่แปลกหรอกค่ะถ้าจะคลั่งรักใครกันบ้างที่คิดว่าคุณหาคนคนนั้นของคุณเจอแล้ว 3.สิ่งน่าเศร้าอย่างหนึ่งของชีวิตคือการค้นพบคนที่มีความหมายกับชีวิตคุณมากแต่ไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อคู่กันกับคุณ แต่! คุณจงยินดีกับตัวคุณเอง ที่ปล่อยเขา ผ่าน พ้น ไป จาก หัวใจ คุณ ได้ จงยินดีในความกล้าหาญสำหรับการยอมรับความจริงในข้อนี้ที่คุณทำมันได้ แต่! มันก็ไม่ใช่การหลอกตัวเองเองหรอก ถ้าคุณจะยังรักคนที่มีเจ้าของแล้ว หากว่าเขา คนนั้นเป็นคนดีจริงจริงสำหรับ ทุก ทุก คน ไม่ใช่ดีจริงๆแค่กับ"คุณ"เพียง คน เดียว 4. เมื่อประตูแห่งความสุขบานหนึ่งถูกปิด ขอคุณจงกล้าที่จะเดินจากมันไป เพื่อค้นหาประตูแห่งความสุขบานอื่นๆ ที่ยังเปิดรอคุณอยู่ ด้วยหัวใจของคุณเอง 5. เพื่อนที่ดีที่สุด คือ คนที่สามารถพูดภาษาใจเดียวกันกับคุณได้แม้ว่าคุณอาจต้องต่อยตีหรือทะเลาะกับเค้าบ้างในบางคราว หรืออาจจะทุกๆ วันของชีวิตคุณ 6.เป็นความจริงที่เราไม่รู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกระทั่งสูญเสียมันไป และก็จริงอีกเช่นกัน ที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งผลของสิ่งนั้นมาถึงจง "อย่าลืม" ให้อภัยตัวคุณเองสำหรับทุกความผิดพลาดในชีวิตและจงยอมรับผลของมันด้วยหัวใจของคุณ ความผิดพลาดอภัยได้เสมอสำหรับผู้ที่มองเห็นมัน แต่ ไม่ ใช่สำหรับทุก ทุก คน 7. "อย่า" มอบ (ชีวิต) ความรักทั้งหมดให้กับใครสักคนแม้ว่าเขาจะรักคุณมากก็ตาม จง เหลือ ความ รัก ส่วน หนึ่ง ไว้ กับ ตัว คุณเอง เพื่อ ให้ มัน เติบ โต และ งอก งาม เพิ่ม ขึ้น ทุก วัน ทุก วันในหัวใจ ของ คุณ 8. "อย่า" บังคับให้ใครพูดในสิ่งที่เขาไม่อยากพูด เช่นคำว่า "รัก" หรือ"ปฏิเสธ") และอย่าปิดหัวใจ คุณด้วยการไม่รับรู้คำว่า "รัก" จากคนที่รักคุณสุดหัวใจ 9. จง "บอกลา" กับความพยายาม(รัก) ที่ ท้อ แท้ และ สิ้นหวัง แต่อย่าทำใจให้ "เลิกรัก" คนที่คุณยังคงรัก "ความรัก" ดีเสมอสำหรับหัวใจของคนที่เห็นค่าของมันซึ่งไม่ใช่กับทุกทุกคน 10.ความรักยังคงมาเยือนเสมอสำหรับผู้ที่มีความหวังและมีความศรัทธาในหัวใจ 11. อย่ามองคนจาก "คำพูด" เพราะนั่นอาจเป็นการแสดงที่หลอกลวง แต่จงมองคนที่เปลือกของหัวใจเพราะภาพลักษณ์ภายนอกมันไม่จีรังยั่งยืน 12. เราอาจประทับใจใครใครได้ในเวลาเพียงชั่ววินาทีแต่การค้นหาใครสักคนที่มีหัวใจตรงกันกับคุณอาจใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต และ คุณก็อาจ "ลืม" คนคนนั้นได้ในชั่วเศษเสี้ยวของหัวใจ ถ้า คุณ พบ ว่า เขา ไม่ ใช่ คน ของ คุณ 13.ขอคุณจงเป็นคนที่อ่อนหวานและน่ารักสำหรับทุกบททดสอบของชีวิตขอความกล้าหาญและเข้มแข็งจงมีอยู่สำหรับทุกเส้นทางชีวิต ที่คุณได้เลือกแล้วสำหรับความเป็นตัวของคุณเอง 14. หากการใส่ใจใครๆเป็นสิ่งที่ทำให้คุณต้องเจ็บปวด คุณก็เลิกเสียเถอะสำหรับการทำสิ่งที่ถูกใจสำหรับทุกทุกคน จงใส่ใจในตัวของคุณเองตามสิทธิที่คุณมี ตามหน้าที่ที่คุณทำได้ ซึ่งมันไม่จำเป็นว่าต้องดีที่สุดถูกต้องที่สุดสำหรับทุกคน 15. จุดเริ่มต้นของคำว่า "รัก" อยู่ที่การให้อิสระกับตัวคุณเอง ในการสะท้อนภาพจริงของตัวคุณให้ปรากฎแก่คนที่คุณรัก แต่ก็ อย่า ให้ ภาพ ของเขาเปลี่ยนแปลง ความเป็นตัวคุณได้ 16. คนที่มีความสุขที่สุด คือคนที่สามารถทำสิ่งที่เรามีให้ดีที่สุด สำหรับตัวเราเองด้วยใจที่เป็นธรรมไม่ใช่ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกทุกคน 17. หากคุณยังคงรู้สึกทุกข์ขอจงเปิดใจของคุณเองก้าวกลับสู่อดีตที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขความรู้สึกที่ติดค้างในใจนั้น ขอจงกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความผิดพลาดและความปวดใจ ที่มันได้เคยผ่านเข้ามาในชีวิตคุณ 18. คุณร้องไห้ยามคุณเกิดดังนั้นจงมีชีวิตอยู่อย่างคนที่หัวเราะและยิ้มได้ กับทุกวันของชีวิตสำหรับการเลือกเกิดไม่ได้ จงทำมันให้มีความสุข และมีค่าที่สุดสำหรับตัวของคุณเอง มิใช่เพียงเพื่อผู้อื่นเท่านั้น และ มิ ใช่ อยู่ เพียง เพื่อ รอ ให้ วัน นั้น ให้ มัน มา ถึงคุณ อยากรู้จักใครสัคน...ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงปล่อยมือ
หลายคนจึงดันทุรังที่จะยืนอยู่ด้วยกันจับมือกันไว้ทั้งๆ ปล่อยมือออกจากกัน
อย่าตั้งใจกับคน 1
คนมากเกินไป อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป
อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป
อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป
อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป
อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้
"คน" เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน ..อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ .... ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง ... เรื่องราว...ซึ้งหลังวาเลนไทน์บทสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน
ญ. :: คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม?
ช. :: ไม่เคย
ญ. :: คุณชอบฉันไหม?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณอยากได้ฉันไหม?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณจะร้องไห้ไหม ถ้าฉันจากไป?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณจะอยู่เพื่อฉันไหม?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณจะทำอะไรสักให้ฉันได้ไหม?
ช. :: ไม่ได้
ญ. :: คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ''ชีวิตคุณ'' กับ ''ชีวิตฉัน''?
ช. :: ชีวิตฉัน
หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก เธอหันหลังวิ่งหนีจากชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเธอ
แต่เขาก็วิ่งตามเธอไป พร้อมทั้งตะโกนว่า.... ... " เหตุผลที่ฉันไม่เคยคิดถึงเธอ เพราะว่าเธออยู่ในความคิดฉันเสมอ
เหตุผลที่ฉันไม่ชอบเธอ เพราะฉันรักเธอ
เหตุผลที่ฉันไม่อยากได้เธอ เพราะฉันต้องการ และจำเป็นต้องมีเธอ
เหตูผลที่ฉันไม่ร้องหาย ถ้าเธอจากไป เพราะฉันคงจะตายทั้งเป็น ถ้าไม่มีเธอ
เหตุผลที่ฉันไม่อยู่เพื่อเธอ เพราะฉันจะตายเพื่อเธอ
เหตุผลที่ฉันทำอะไรให้เธอสักอย่างไม่ได้ เพราะฉันยินดี
และเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง และเหตุผลที่ฉันเลือกชีวิตฉัน เพราะ เธอคือชีวิตฉัน " |
|
|