ธนกร's profileThe One Of MemoryPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    25 July

    แบบทดสอบน่าสนใจดีนะ

         มาดูกันสิว่าคนอื่นๆ...เค้ามองคุณยังไงแบบสำรวจตนเอง  โอปรา วินซีย์ (พิธีกรชื่อดังมากที่USA.)ได้ทำแบบทดสอบอันนี้และเธอได้ 8 คะแนน  แบบทดสอบอันนี้น่าสนใจมากแล้วอย่าคิดมากนะ
     
         แบบทดสอบอันนี้ค่อนข้างแม่นยำและใช้เวลาทำเพียง 2 นาที  เตรียมปากกาและดินสอให้พร้อมนี่เป็นแบบทดสอบที่บริษัทหนึ่งทำขึ้นโดยทำให้กับสนง.ส่วนมากมันช่วยให้เขาเข้าใจพนักงานของเขามากขึ้นมีเพียง 10 คำถาม พร้อมแล้วใช่ไหมเริ่มกันเลย...
     
    1. เวลาช่วงไหนที่คุณรู้สึกดีที่สุด
    a) ตอนเช้า
    b) ตอนกลางวันและตอนเย็นๆค่ำๆ
    c) ตอนดึกๆ
     
    2. ปกติคุณจะมีท่าทางการเดินแบบไหน
    a) เดินเร็ว ก้าวยาวๆ
    b) เดินเร็ว แต่ก้าวสั้นๆ
    c) เดินไม่ค่อยเร็ว หน้าตรง ตามองไปรอบๆ
    d) เดินไม่ค่อยเร็ว ก้มหน้า
    e) เดินค่อนข้างช้า
     
    3. เวลาคุยกับใครคุณทำท่า…
    a) ยืนกอดอก
    b) ยืนประสานมือ
    c) ท้าวสะเอว
    d) แตะคนที่คุยด้วย
    e) เล่นกับหู / ต้องแตะคาง /เล่นผม
     
    4. ท่านั่งสบายๆของคุณเป็นยังไง
    a) เอาขาพับเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง
    b) นั่งไขว่ห้าง
    c) ยืดขาตรง
    d) นั่งทับขาตัวเองข้างหนึ่ง
     
    5. ถ้ารู้สึกร่าเริง ดีใจ แสดงออกยังไง
    a) หัวเราะดังๆอย่างพอใจ
    b) หัวเราะ แต่ไม่ดังมาก
    c) หัวเราะ หึๆ
    d) ยิ้มแบบอายๆ
     
    6. เมื่อไปงานเลี้ยง
    a) เข้าไปอย่างเป็นที่สนใจทุกคนต้องรู้ว่าคุณมาแล้ว
    b) เข้าไปเงียบๆมองหาคนที่รู้จัก
    c) เข้าไปอย่างเงียบที่สุดพยายามไม่เป็นที่สนใจ
     
    7. คุณกำลังคร่ำเคร่งทำงานอย่างหนัก ทุ่มเทมากๆ แต่ถูกขัดจังหวะ คุณ…
    a) รู้สึกเฉยๆ+ยินดี
    b) รู้สึกฉุนเฉียว กวนประสาท
    c) รู้สึกก้ำกึ่ง2ข้อข้างบน
     
    8. ชอบสีอะไรมากที่สุดต่อไปนี้
    a) Red or orange
    b) black
    c) yellow or light blue
    d) green
    e) dark blue or purple
    f) white
    g) brown or gray
     
    9.ก่อนที่จะหลับ มักจะอยู่ในท่านอนแบบไหน
    a) ยืดตัวตรง
    b) ยืดตัว หน้ามองที่ท้อง
    c) เอียงข้าง นอนขด
    d) นอนเอาหัวทับแขนข้างหนึ่ง
    e) คลุมโปง
     
    10. ฝันแบบไหนบ่อยๆบ้าง
    a) ฝันไม่ค่อยดีเหมือนกำลังดิ่งลงไปเรื่อยๆ
    b) กำลังต่อสู้
    c) กำลังค้นหาใครหรือสิ่งใด
    d) บินหรือกำลังลอยอยู่
    e) ไม่ค่อยฝัน
    f) ฝันแต่สิ่งที่ดี
     
     
     
     
     
     
    POINTS:
    01. (a) 2 (b) 4 (c) 6
    02. (a) 6 (b) 4 (c) 7 (d) 2 (e) 1
    03. (a) 4 (b) 2 (c) 5 (d) 7 (e) 6
    04. (a) 4 (b) 6 (c) 2 (d) 1
    05. (a) 6 (b) 4 (c) 3 (d) 5 (e) 2
    06. (a) 6 (b) 4 (c) 2
    07. (a) 6 (b) 2 (c) 4
    08. (a) 6 (b) 7 (c) 5 (d) 4 (e) 3 (f) 2 (g) 1
    09. (a) 7 (b) 6 (c) 4 (d) 2 (e) 1
    10. (a) 4 (b) 2 (c) 3 (d) 5 (e) 6 (f) 1
     
     
    Now add up the total number of points.
     
    OVER 60 POINTS:
    คนอื่นๆมองว่าการอยู่กับคุณ
    เขาต้องระวังตัวเองอยู่เสมอ
    เห็นว่าคุณเป็นที่มีทิฐิ เห็นแก่ตัว
    แล้วก็แปลก แตกแยก เด่นออกมา เขาอาจจะชื่นชมคุณ
    อยากเป็นเหมือนคุณแต่ไม่ทุกครั้งไปที่เขาจะไว้ใจคุณ
    และลังเลใจที่จะเข้ามาเป็นเพื่อนกับคุณ
     
    51 TO 60 POINTS:
    คนอื่นๆมองว่าคุณเป็นคนที่น่าตื่นเต้น
    แต่อารมณ์แปรปรวน
    และไม่ค่อยไตร่ตรองอะไร
    เป็นผู้นำโดยธรรมชาติ
    ตัดสินใจเร็วแต่มันไม่ถูกเสมอไป
    เขาเห็นว่าคุณเป็นกล้าหาญ
    คนที่ลองทำอะไรเพียงครั้งเดียว
    คนที่กล้าเสี่ยงคว้าเอาโอกาสและสนุกกับการผจญภัย
    เขารู้สึกสนุกที่ได้อยู่กับคุณเพราะความน่าตื่นเต้นที่คุณสื่อออกมา
     
    41 TO 50 POINTS:
    คนอื่นๆมองว่าคุณเป็นคนร่าเริง
    สดใส มีชีวิตชีวา มีเสน่ห์และน่าสนใจ
    เป็นคนที่มักจะเป็นศูนย์กลางของความสนใจ
    แต่มีความสมดุลรู้ว่าต้องทำตัวยังไง
    และยังมองว่าคุณเป็นคนใจดี เกรงใจคน และมีความเข้าใจ
    คนที่จะคอยให้กำลังใจและช่วยเหลือเขาตลอดเวลา
     
    31 TO 40 POINTS:
    คนอื่นๆมองว่าคุณเป็นคนอ่อนไหว คิดมากและรอบคอบ
    มองว่าคุณฉลาด มีพรสวรรค์ แต่เรียบง่าย ดูดี
    ไม่ใช่คนที่จะมีเพื่อนได้ง่ายๆ
    แต่จะเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อเพื่อน
    และคาดหวังว่าเพื่อนก็ต้องเป็นเช่นนั้นกับคุณ
    คนที่รู้จักคุณจริงๆจะรู้ว่า
    ใช้หลายต่อหลายสิ่งและนานมากกว่าคุณจะรับใครเป็นเพื่อน
    แต่ในทางกลับกันมันก็จะใช้เวลานานมากๆ
    ที่จะทำให้คุณลืมความสัมพันธ์นั้นๆถ้ามันล้มเหลว
     
    21 TO 30 POINTS:
    เพื่อนๆมองว่าคุณเป็นคนที่มีความมานะบากบั่นและจุกจิก
    มองว่าคุณค่อนข้างขี้ระแวงระมัดระวัง
    เชื่องช้าและมีความพยายามมากๆ
    มันจะทำให้เขาแปลกใจถ้าพบว่าคุณทำอะไรซักอย่าง
    โดยขาดการยั้งคิด
    หรือทำไปเพราะมีแรงกระตุ้นเพียงชั่วครู่
    เขาจะคาดหวังว่าคุณต้องทดลองทุกอย่างในทุกๆแง่มุมของอะไรก็ตาม
    แล้วจากนั้นโดยปกติก็จะไม่เห็นด้วยกับอะไรทั้งสิ้น
    เขาคิดว่าที่เป็นอย่างนี้ก็มาจากส่วนหนึ่งจากความขี้ระแวงโดย
    ธรรมชาติของคุณนั่นเอง
     
    UNDER 21 POINTS:
    คนอื่นๆมองว่าคุณขี้อาย ขี้กลัว และไม่กล้าตัดสินใจ
    คนที่ต้องการการดูแล
    คนที่ต้องการให้คนอื่นตัดสินใจแทน
    และคนที่ไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับใครหรืออะไรทั้งนั้น
    และยังรู้สึกว่าคุณเป็นคนที่เห็นปัญหาที่มันไม่เคยมี
    บางคนถึงขนาดบอกว่าคุณน่าเบื่อ
    มีแต่คนที่รู้จักคุณดีเท่านั้นจึงจะรู้ว่าคุณไม่ใช่
     
     
    24 July

    เรื่องวุ่นๆของเรา โธ่!ไม่น่าลืมเลย... (เล่าใหม่)

    @_@    Dek_ZaaBkk    ^_^
    "เด็กซ่ามารายงานตัวแล้วครับผม"

         เรื่องวุ่นๆก้อเกิดกันอีกแล้ววันนี้ เฮ้ยไม่รู้จักจาหมดสักที.... มามาเล่ากันเลยดีก่าเด๋วเสียเวลาพรุ่งนี้มีสอบด้วย -"-

         เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องก้อมีอยู่ว่า เพื่อนๆชวนไปกินนมกันที่บาร์นมหน้ามหาลัยรอบดึกนั่นแหละครับ(ในใจคิดว่า อึ้ย! กุเสียตังค์อีกแล้ว....ยิ่งไม่มีตังค์อยู่)เสร็จแล้วก้อต่อด้วยข้าวกะเพรากับต้มยำ อร่อยซีดไปเลย แหมไม่อยากจะบอก กินคนเดียวไม่แบ่งเพื่อนเลย 555+ จากนั้นก้อไปซื้อโน่นนี่หลายอย่างอ่ะจามม่ะได้เหมือนกันว่าซื้อไรบ้าง แล้วเพื่อนก้อบอกว่าเออ...วันนี้เมิงว่างเปล่าเมิงมาซ่อมคอมฯกุหน่อยดิ ก้อเลยบอกว่างั้นเด๋วตอนกลับหอเมิงก้อผ่านที่หอกุก่อนดิจะไปเอาแผ่นบูตที่ห้องก่อนน่ะ หลังจากนั้นก้อเดินมาที่หอเรา แหม! ไอ้เพื่อนก้อไม่มีน้ำใจเลยที่จะขึ้นไปบนหอกับเรา นั่งคอยอยู่แต่ด้านล่างหอ (เออ!!!! ลืมบอกไปว่าหอเราน่ะน่ากลัว ยิ่งตอนกลางคืนยิ่งสยิว...กิ้ว) ก้อเดินขึ้นหอไปคนเดียว โอ๊ย!ในใจก้อบ่นว่าหอกุมีลิฟท์ไมว่ะ แม่งไม่เปิดให้ใช้ปล่อยให้เราปีนขึ้นชั้น 4 ทุกวันอยู่ได้เมื่อยจาตาย(เนี่ยไม่ได้เผาหอตัวเองนะเนี่ย) พอมาถึงที่ห้องเท่านั้นแหละด้วยความรีบร้อนสัปดลไรเอากุญแจห้องวางที่โต๊ะปั๊บพอคว้าแผ่นบูตได้ปุ๊บ เปิดประตูแล้วล็อคห้องเดินออกเลย (ในใจก้อคิดว่า อึ้ย!!!ลืมไรป่าว) คิดไปคิดมา...โอ๊ยฟ้าดินลงโทษเราแล้วลืมกุญแจห้องไว้ด้านใน แล้วดึกก้อดึกช่างกุญแจก้อไม่มีจาทำไงดีล่ะ ยิ่งเจ้าของหอเราเฮ้ย........ไม่ต้องพูดเลยกลับไปบ้านตั้งแต่เย็นแล้ว จะทำไงกุญแจก้อไม่มีกุญแจสำรองก้อไม่มี เลยรีบวิ่งไปข้างล่างหอแล้วทำหน้าเสียนิดๆ บอกเพื่อนๆไปว่า "กุลืมกุญแจไว้ที่ห้อง" อารายจะซวยขนาดเนี่ย เพื่อนคนหนึ่งก้อเลยถาม รปภ.ว่ามีกุญแจสำรองที่ห้อง 4......ไหม เค้าก้อตอบไปว่า"กุญแจอยู่ในออฟฟิตพรุ่งนี้เช้าต้องรอเจ้าของหอถึงจะเอาได้" ในใจก้อคิดว่าเอาไงดีก้อเลยลากเพื่อนๆขึ้นชั้น 4 ทั้งหมดเลยไปเคาะห้องพี่ข้างๆขอพี่เค้าปีนตรงระเบียงข้ามไปอีกฟากนึงนั่นก้อคือห้องเรานั่นเอง เผื่อเราจะไม่ได้ล็อคประตูตรงระเบียง........ว่าแล้วก้อเคาะห้องพี่เค้า (พี่คนนี้เราก้อไม่รู้จักหรอก) "ก็อก ก็อก ก็อก...ปากก้อบอกพี่เค้าเปิดประตูห้องหน่อยครับ" แต่เอ๊ะไมเงียบไม่ตอบไฟที่ห้องพี่เค้าก้อเปิดนี่นา ไหนลองเคาะห้องพี่เค้าอีกทีดิ "ก็อก ก็อก ก็อก...พี่ค่ะเปิดประตูหน่อยค่ะ (เพื่อนพูด)" แปล๊บนึงประตูห้องพี่เค้าก้อเปิดออกมา พวกเราก้อเลยบอกพี่เค้าไปว่า "พอดีลืมกุญแจห้องคับ ขอปีนระเบียงที่ห้องพี่ไปเปิดประตูระเบียงของห้องข้างๆได้เปล่า" ว่าแล้วพี่เค้าก้อเปิดประตูให้ จากนั้นเราก้อไม่รอร่ำทำเพลงปีนข้ามเลย ในใจก้อคิดว่า (โอ้ว!!!พ่อแก้วแม่แก้ว ช่วยลูกด้วยจะปีนแล้วนะ สูงก้อสูงเสียวก้อเสียว)ว่าแล้วก้อปีนข้ามเลย เฮ้ย!!!อึดใจเดียวเองไม่ยากสักเท่าไหร่ พอข้ามไปได้แล้วจะเปิดประตูระเบียง อ้าว!อีกแล้วล็อคห้องอีกแล้ว -"- สงสัยวันนี้อดเข้าห้องแล้วแน่เลย... เพื่อนอีกคนนึงก้อเดินมาที่ระเบียงของห้องพี่เค้า แล้วยื่นหน้าเข้าไปที่ระเบียงของห้องเราถามเราว่า "เฮ้ยเปิดได้เปล่า..." เลยตอบมันไปว่า "สงสัยต้องนอนห้องเมิงแล้วล่ะ กุล็อคห้องหมดทั้งหน้าห้องและระเบียงห้องเลย" เสร็จแล้วก้อปีนข้ามกลับมาที่ห้องพี่เค้าอีกครั้งแล้วบอกพี่เค้าว่า "ขอบคุณมากครับ" พี่เค้าคงคิดว่า...คนไรว่ะเซ้อฉิบ!!! จากนั้นก้อเลยหาวิธีใหม่ หาวิธีงัดห้องสารพัดไม่ว่าจะใช้เข็มเย็บผ้า บัตรรถไฟฟ้า(แบบอ่อนนะ) มางัดมาเขี่ยก้อยังไม่ออก เฮ้ย!!!งัดนานแล้วไม่ได้สักที เลยเรียกพี่ข้างห้อง(พี่ข้างห้องเนี่ยคนล่ะห้องนะครับอย่าเข้าใจผิด)มาช่วยงัดด้วย พี่เค้าก้องัดห้องให้นานนะ แต่ก้องัดไม่ได้สักที พี่เค้าเลยบอกว่าเด๋วไปตามเซียนมาก่อน (ในใจเราก้อว่า เฮ้ยมีเซียนไขกุญแจห้องด้วยเหรอ) เพื่อนอีกคนนึงเลยเอาบัตรอ่อนของรถไฟฟ้ามางัดประตูห้องอีกทีนึง งัดไปงัดมาประตูเปิดได้เฉยเลยมันคงคิดว่า (ไม่เสียแรงนะเนี่ยที่กุเลี้ยงกุมารทองเอาไว้) อุ๊ยมันเล่นไสยศาสตร์ (เฮ้ย!!! แล้วเซียนที่พี่เค้าไปตามมาล่ะ!!! ก้อไม่ได้โชว์ฝีมือเลย...) ในใจคิดว่าเย้....ห้องเปิดได้แล้ว คืนนี้ได้นอนที่ห้องแสนสุขของเราอีกครั้งว่าแล้วพอเปิดประตูได้ปั๊บ รีบเอากุญแจบนโต๊ะแล้วรีบออกไปซ่อมคอมฯให้เพื่อนต่อ พอซ่อมเสร็จแล้วก้อรีบกลับมาที่หอดังกล่าวแล้วมาเล่าให้ฟังเนี่ยล่ะครับ....
       
         เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "การที่เรามีเพื่อนที่เล่นไสยศาตร์ได้ก้อดีเหมือนกัน 555+" เฮ้ยไม่ใช่ ต้องบอกไปว่า "ทีหลังก่อนออกจากห้องต้องเช็คให้ดีก่อนว่าลืมไรป่าว" ขอบจายเพื่อนๆมากๆนะ
     
         อ้อเกือบลืม! วันเกิดเรา....ใครจามา Happy Birthday เราคนแรกนะ.... ~_-

    เรื่องเครียดหายไป ความ Surprise.....ก้อเข้ามา ขอบคุณ อู๋&เมย์ มากๆนะ (เล่าใหม่)

     วันนี้ก้อเป็นอีกวันหนึ่ง...วันที่เราจะไม่มีวันลืมเลย...เป็นวันที่ตื่นเต้นที่สุด...เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นเพราะเพื่อนของเรา...เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้เราเองจะไม่มีวันลืมเลย...
     
         เรื่องที่เกิดขึ้นก้อมีอยู่ว่า เมื่อเช้าเป็นวันที่เราจาต้องสอบเป็นวันสุดท้ายเป็นวันที่เราต้องเครียดครั้งสุดท้าย หลังจากที่เราไม่ได้เฮฮา สังสรรค์กันมาหลายวัน... "เฮ้ย!!! สอบวิชาสุดท้ายแล้วสิดีใจจัง" แต่ว่า....พอสอบเสร็จแล้วจาไปเที่ยวที่ไหนดีล่ะจาได้หายเซ็ง (ก้อแหม!!!! เหนื่อยมากันตั้งหลายวันนี่) คิดไปคิดมาถามเพื่อนก้อแล้ว ถามตัวเองก้อแล้ว เฮ้ย!!! ไม่พ้นเดอะมอลล์บางกะปิสักที โครงการพันล้านที่จาไปทำที่เดอะมอลล์บางกะปิ คงจาไม่พ้นเรื่องของร้องคาราโอเกะและโยนโบวล์เป็นแน่แท้.... ว่าแล้วสอบเสร็จก้อตั้งน่าตั้งตารอเตรียมพร้อมที่จาไปเที่ยวลูกเดียว (ไปกันกับเพื่อนรวมกันแล้ว 3 คน)เรื่องสอบได้ไม่ได้(ลืมหมดแล้ว) พอถึงที่เดอะมอลล์บางกะปิในใจก้อคิดว่า (โอ้ว!!! มันสร้างมาเพื่อฉันจิงๆๆ) ไม่พูดรำทำเพลงก้อตรงดิ่งลูกเดียวเข้าเดอะมอลล์บางกะปิ ว่าแต่ว่า เอ๊ะ!!! วันนี้เค้ามีงานอารายกันเห็นมีคนมามุงดูเยอะเลย อ๋อ นั่นมันคืองานแสดงสินค้านั่นเอง ในงานก้อมีศิลปินส์นักร้องของค่ายอาร์เอสมาร้องด้วย(อารายจะดีปานนั้น สอบเสร็จมีนักร้องดังมาร้องเพลงให้ฟังอีก ภูมิใจจิงๆๆๆๆ) พอนักร้องเริ่มร้องเพลงเราก้อเริ่มเคลิ้ม (เมื่อไหร่นะ....เราจาได้มาร้องเพลงให้คนอื่นเค้าฟังสักที) ไม่เป็นไรเด๋วที่ SF Karaoke เสร็จเราแน่ใครฟังได้ไม่ได้ก้อช่าง......ขอเรามันไว้ก่อน ก้อร้องเพลงกะเพื่อนนั่นแหละ สักพักเราก้อแหงนหน้าออกไปมองข้างนอกตู้คาราโอเกะ เห็นพนักงานเค้าหยิบเค้กมา(อู้ย!!! เค้กปอนด์เบ้อเร่อเลย ของใครว่ะ น่ากินจังเลย) คิดไม่ทันไรเค้าก้อยกเค้กเข้ามาที่ห้องที่เรากำลังร้องคาราโอเกะกันอยู่ (เฮ้ยเค้กใครอ่ะ) แต่ที่รู้ๆ มีเสียงเพื่อนๆร้องเพลง
    "Happy Birthday To You......"
    "Happy Birthday To You......"
    "Happy Birthday...Happy Birthday....."
    "Happy Birthday To You.................."
         เราก้อว่าเอ๊ะ...............ไปเตรียมเค้กวันเกิดมาตอนไหนเนี่ย ทามไมเราถึงไม่รู้....เร็วฉิบเลย! ไม่เป็นไรเป่าเทียนเลยแล้วกัน ปูดซ้าย...ปูดขวา (ว่าแต่ว่าน้ำลายเราตกไปรึป่าวนะ ช่างมันเถอะเรากินได้ เพื่อนเราคงไม่รู้ อิอิอิ) พี่ๆที่ SF เค้าดีมากเลยเค้าเตรียมทั้งจาน ชาม ช้อน มีด มาให้ด้วยแถมก้อเตี๊ยมเอาเค้กมาให้เราอีก เพื่อเป็นการตอบแทนพี่เค้าที่ทำให้เราทุกอย่าง เราก้อเลยปันเค้กให้ 1 ส่วนให้พี่ๆเค้าร่วมกันกินกัน เสร็จแล้วเราก้อกินเค้กในส่วนของเราต่อ กินไปด้วย ร้องเพลงไปด้วย ความสุขเล็กๆน้อยๆเนี่ยแหละที่เราคิดว่ามัน Very Very ที่สูดดดดดด....ขอบคุณมากๆนะเพื่อนๆ ที่เตรียมมาให้ บอกได้เลยว่าตั้งแต่มีวันเกิดมาเนี่ยก้อมีเพื่อนกลุ่มเนี่ยแหละที่เตรียมเค้กวันเกิดให้ ขอบคุณมากนะ....จาไม่มีวันลืมความสุขที่ได้ครั้งนี้เลย (อ้าว มัวแต่ซึ้ง) ร้องเพลงครบ 1 ชั่วโมง ก้อต่อด้วยโยนโบล์วลิ่งต่อเลย จามได้ว่าโยนไป 2 ชั่วโมงกว่าๆ (รู้งี้......หัดโยนโบล์วมาตั้งนานแล้ว.........มันมากเลย) มันไม่มัน.....ก้อดูที่นิ้วโป้งข้างขวา ช้ำเลย(อู้ย เจ๊บ....เจ็บบบบบบบ!) ออกมาข้างนอก SF อีกทีห้างก้อปิดแล้ว (เฮ้ยเหนื่อยจัง แต่ก้อความสุขนะ)
         อ๋อ! เกือบลืม นักร้องศิลปินส์ของค่ายอาร์เอสคือ ลิเดีย..... (ทีหลังอย่าจำวันเกิดเราผิดอีกนะเพื่อนๆๆๆๆ เราเกิดวันที่ 27 ธันวาคม ไม่ใช่ 25 ธันวาคมนะจะบอกให้)
         และเพื่อนที่จัดเค้กวันเกิดให้ก้อไม่ใช่ใคร...ก้อเป็นเพื่อนสนิทเราเอง===>(อู๋&เมย์)<===2 คนนี้แหละที่เราต้องขอบคุณมากที่สูดดดด ขอบคุณมากนะเด้อ...

    กลับจากโรงพยาบาลเสียที (เล่าใหม่)

       เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม 2548 เป็นวันที่เราเหนื่อยมากเลย เฮ้ย!...มามาเล่าให้ฟังดีก่า
     
       เริ่มจากตอนเช้าวันพฤหัสนะครับ ตื่นนอนมาแต่เช้าเลย...ซึ่งอันที่จริงให้ช้างมาปลุกก็ไม่ตื่น 555+ ที่ตื่นเช้าก้อเพราะว่ามีอาการปวดท้องอย่างแรงเลย อีกอย่างอาเจียนติดต่อกันตั้ง 3 รอบแน่ะครับ ทั้งๆที่ยังไม่ได้กินข้าวเลยนะเนี่ย เลยคิดว่าเป็นอาการที่ผิดปกติแล้ว นั่งคิดไปสงสัยจะเป็นเมื่อคืนกินก๋วยเตี๋ยวไก่มั้ง ก้อเลยนอนต่อกลับต้องวิ่งไปอาเจียนอีกหลายรอบจนเหนื่อย อาเจียนจนหมดไส้เลยนอนต่อได้หลับได้ไป 2 ชม. อ้อเกือบลืมบอกเพื่อนโทรเรียกให้ไปเรียนพร้อมกันด้วยแต่บอกเพื่อนว่าไปไม่ไหว เพื่อนก้อถามว่าเป็นไรมากเปล่า ก้อบอกว่าอาเจียนนอนสักพักก้อน่าจะหาย เพื่อนเลยบอกว่าเมิงก้อไปซื้อยาสิ ก้อเลยบอกว่าเด่วไป จนงีบหลับมาถึง 2 ชม.ที่บอกไว้อ่ะคือเพื่อนซื้อข้าวมาให้กิน ก้อกินกะเพื่อนอีก 2 คนซื้อกันมาคนล่ะห่อ ก้อกินข้าวพร้อมกันน่ะแต่เรากินข้าวไม่หมด เพื่อนก้อถามว่าเมิงจาไปเรียนต่อเปล่าก็บอกเพื่อนว่าขอนอนแปล๊บนึงคาบ 3 ค่อยไปเรียน จากนั้นก้อนอนต่อ ตื่นมาอีกทีก้อรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ก้สัญญากะเพื่อนแล้วว่าจะไปเรียนคาบ 3 ก้อเลยต้องไปเด๋วมันโกรธ เรียนก้อนั่งใกล้ๆเพื่อนเรียงหน้ากระดานเลยนะเรียนไม่รู้เรื่องเลยรู้สึกว่าวันนั้นเป็นคาบเมคคานิค1 ไอ้เพื่อนเราไม่เรียนแต่เจี๊ย(กินขนม) เรียนไม่จบคาบหรอก เพราะว่าเราบอกเพื่อนว่าเราเรียนไม่ไหวแล้วก้อเลยชวนกันโดด ไม่พอยังชวนเพื่อนอีกคนมาอีกไปด้วยกันเห็นว่าจะไปซื้อซาวด์การ์ด..ก็เลยหนีไป ตอนขาไปก้อนั่งรถตู้สุขาฯ 2 รู้สึกไม่ดีอีกแล้วเรา พอรถจอดถึงท่ารถแฮ๊ปปี้แลนด์แล้ว ก้อวิ่งสุดชีวิตเพื่อเข้าห้องน้ำอาเจียนใหญ่เลย โอ๊ยเหนื่อยๆๆๆๆ ข้าวที่กินมาก็อ้วกหมด ไม่พออีก น้ำย่อยก้อออกหมดเลย ตายแล้วชีวิตหนอชีวิต... พอเสร็จกิจทุกอย่างแล้วนั่งรถเมล์ปรับอากาศต่อไปโรงพยาบาลรามฯ คราวนี้นั่งรถเข็นเลย ในใจคิดว่า แหมสวรรค์ส่งมันมาเพื่อฉัน...555+ ก็นั่งสบายเลยโดยมีเพื่อนตามมาอย่างใกล้ชิด (ดีใจจังมีเพื่อนที่คอยเป็นห่วงเป็นใยกัน) พอเข้าห้องตรวจก้อบอกอาการหมอดังที่เป้นแล้วหมอบอกว่า"อาเจียนตั้ง 8 ครั้งเนี่ยมันอันตรายนะเพราะเพื่อนก็กินข้าวเหมือนกันแต่เค้าไม่เป็นแต่คุณกลับเป็น" แต่หมอก้อไม่ได้บอกอะไร ได้แต่บอกว่าจะนอนหรือฉีดยากลับบ้านแล้วพรุ่งนี้ให้หมอมาตรวจใหม่ เลยตัดสินใจนอนดีกว่า ให้หมดเช็คให้แน่นอน... ก้อเลือกห้องนอนคู่(จาได้ไม่เหงา) จากนั้นก็โทรศัพท์บอกที่บ้านว่าไม่สบายต้องเข้าโรงพยาบาล คราวนี้ป่วนที่บ้านอีกแล้ว โทรกลับมาไม่ขาดสายเลย อืม.........
     
       จากนั้นพยาบาลก้อพาเข้าพักห้องผู้ป่วย ตอนนั้นเราทำไรไม่ถูกแล้วพยาบาลเค้านำชุดมาให้เปลี่ยน ก้อเลยขอพยาบาลไปอาบน้ำก่อน เสร็จแล้วก้อเปลี่ยนเป้นชุดโรงพยาบาล จากนั้นพยาบาลก้อเตรียมสายน้ำเกลือ น้ำเกลือมาแล้ว โอ๊ยกลัวเข็ม จำได้เลยว่าตอนที่พยาบาลจะเอาเข็มทิ่มที่แขนเรามองตาไม่กระพริบเลย กลัวสุดๆ พอพยาบาลทำเสร็จแล้วค่อยโล่งใจ หลังจากนั้นพยาบาลก้อฉีดยาแก้อาเจียนเข้าไปที่สายน้ำเกลือเค้าบอกว่าอาจทำให้ง่วงนอน แปล็บเดียวก้อมีอาหารมาส่งที่ห้องเพื่อนก้อป้อนข้าวให้ไม่กี่คำ ก้อหลับ คร็อก ....ฟี้ ไปแล้วจำได้หลับทั้งวันเลยแบบไม่เคยเป็นมาก่อนขนาดใครมาปลุกก้อไม่ตื่นเลย ตื่นมารุ่งเช้าเพื่อนก้อไปเรียนเราก้อหลับต่อตื่นๆกินๆเจอหมออีกทีตอนเที่ยงๆแล้ว หมอมาแปล๊บเดียวก้อไปไม่ทันถามไรเลยหมอบอกว่าให้อยู่ต่อ... (ในใจคิดว่า อีกแล้วเหรอ...) จนมาถึงเช้าของวันถัดมาเป้นวันที่จะกลับแล้วเพราะว่าเพื่อนบอกว่าวันนี้มีสอบพอเจอปลุ๊บ ก้อบอกหมอว่าวันนี้ขอกลับบ้าน หมอก้ออนุญาตแต่เค้าบอกว่าน่าจะอยู่อีกสัก 7 วันเพื่อดูอาการนะ แต่ไม่เอาเราจะกลับแล้ว หมอเลยบอกว่างั้นเสาร์หน้ามาหาหมอด้วยเพื่อเช็คอาการ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นต้องเช็คด้วยเครื่องคอมฯ บอกตรงๆตอนนี้อาการก้อยังไม่ดีหรอกแต่อยากกลับเหงา...  ก้อนอนรอพยาบาลทำเรื่องย้ายออกรอแฟลซ์เคลม ในใจก้อคิดว่าตังค์จะพอเปล่านอนตั้ง 2 คืนเหลือแค่พันเจ็ดเอง ในเอทีเอ็มเหลืออีกห้าร้อย เดินจงกลมตั้งนานคิดว่าเงินจาพอเปล่าเพราะเพื่อนก้อไม่อยู่ไปเรียนกันหมดเราอยู่คนเดียว โทรไปหาซิ้มก้อโทรไม่ติดกะว่าจะให้เค้าโอนเงินมาสักสี่พันเสียหน่อยโอนเผื่อๆ แต่โทรไม่ติดนี่สิเลยกลุ้มใจ ในที่สุดบิลค่ารักษาฯก้อมา เช็คดูค่ารักษาฯ ดีใจมากเลยที่ค่ารักษาไม่เกินสองพัน เลยรีบไปที่ตู้เอทีเอ็มกดเงินต่ออีกสามร้อยก้อน่าจะพอ เสร็จแล้วก็จ่ายเงินจนเสร็จรีบแพ็คกระเป๋ากลับหอพักโดยด่วนมาถึงมหานครอีกทีก้อเข้าหอแต่งตัวอาบน้ำ เสร็จเข้ามหาลัยเพื่อนบอกว่าไม่ต้องมาสอบแล้วเพราะว่าอาจารย์เลื่อนวันสอบแล้ว ให้ไปสอบต้นปีหน้าเลย เสร็จแล้วเราก้อมานั่งที่โรงอาหารคนเดียวรอเพื่อนๆเรียนเสร็จ ประมาณ 5 นาทีเอง ส่วนเราสินั่งจิบโค๊กซาบซ่าใหญ่เลย หันหลังไปอีกทีเพื่อนก้อลงมาจากตึกเข้ามาที่โรงอาหารมาแย่งเรากินโค๊กอีก ฮึฮึฮึ แล้วสักพักเพื่อนอีกกลุ่มก้อเข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่เลยมามุงล้อมเลยมาถามอาการใหญ่เลย เราก้อบอกว่าเราไม่เป็นไรแล้วอาการดีขึ้นเยอะบอกว่าเสาร์หน้าหมอนัดไปเช็คร่างกายอีกที่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหมอบอกว่าจะต้องสแกนด้วยเครื่องคอมฯ แต่เพื่อนๆเห็นไมเป้นไรก้อเลยแยกย้ายกันกลับ เป็นอันจบเรื่องราววุ่นๆซะที

    มารู้ที่จะรักกันดีก่า

     มาเรียนรู้ที่รักกันดีก่า รักงัยถึงจะถูก

    ความรักเป็นเพียงสายใยบาง ๆ ที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากความรู้สึกต่าง ๆ
    ทั้งความอาทร ห่วงใย ห่วงหา คิดถึง
    ความอดทนจะทำให้อุปสรรคต่าง ๆ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
    ความพยายามจะทำให้เราสองคนยังคงอยู่
    ความไว้ใจจะทำให้ความรักของเราแข็งแกร่ง
    ความซื่อสัตย์จะทำให้ความรักของเรามั่นคง
    ความเสมอต้นเสมอปลายจะทำให้ความรักของเราสวยงาม
    และสุดท้ายความรักก็จะก่อตัวขึ้นเป็นความผูกพัน

    เมื่อได้เจอความรักที่ดีแล้ว จงทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว
    อย่าปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว อย่าปล่อยให้เขาเดียวดาย
    คิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เราเคยมีกัน อย่าลืมวันแรก ๆ ที่เรารู้สึกกับคน ๆ นี้
    เขาเป็นคนดีที่สุดแล้วสำหรับเรา พยายามรักษาเขาไว้
    เพราะเมื่อเขาหลุดลอยไปแล้ว เราจะไม่สามารถเรียกความรู้สึกต่าง ๆ กลับมาได้อีก
    เหมือนเวลาที่ไม่สามารถย้อนเดินกลับ

    ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะอดีตแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว
    อย่าทิ้งหัวใจของคุณไว้กับอดีต อย่าคิดว่าอดีตไม่มีวันหวนคืน
    อย่าคิดว่าไม่มีพรุ่งนี้ อย่าลืมบทเรียนของเมื่อวาน
    ทุกชีวิตยังมีความหวังอยู่เสมอ จงปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไป..


    วันหนึ่งถ้าชีวิตหวนคืนมาสู่ทางสายเก่า..
    ที่เคยทำให้คุณมีความสุขระหว่างเดินทางในแต่ละก้าว
    ..จงอย่าเดินเลี่ยงมันไปอีก
    เพราะน้อยนักที่ถนนสายเดิมยังคงสภาพเดิมเพื่อรอให้คุณเดินย้อนกลับมา..
    ลองเดินต่อไปสิ..บางทีคุณอาจจะเจอจุดหมายที่คุณค้นหามาตลอดชีวิต
    ในเส้นทางที่คุณเคยเดินเลี่ยงมันไปก็ได้...

    มีมาให้อ่านอีกแล้วเรื่อง "รัก"

    มีมาให้อ่านอีกแล้วเรื่อง "รัก"


    SOMEONE SPECIAL TO LOVE
    Everyone needs someone to love.
    Someone to care and share our feelings.
    To cheer us up when we have no spirit to fight.
    May be it will take a long time to find,
    But it is worth for the waste of time,
    If you could find someone who you love and loves you.
    Because you will spend the rest of your lives together and forever.

    ใครสักคนที่จะรักเป็นพิเศษ ทุกๆคนต้องการใครสักคนที่จะรัก
    ใครสักคนที่จะมาใส่ใจและแบ่งปันความรู้สึกของเรา
    ให้กำลังใจแก่เราเมื่อเราไม่เหลือเรียวแรงที่จะต่อสู้
    บางทีอาจจะช้เวลานานในการค้นหา แต่มันก็คุ้มค่ากับเวลาที่คุณได้สุญเสียไป
    ถ้าคุณสามารถพบใครสักคนที่คุณรักเขาและเขาก็รักคุณ
    เพราะคุณจะสามารถใช้ชีวิตช่วงที่เหลือของคุณร่วมกันตลอดกาล หากคุณรักใครสักคน
    ...
    คุณก็ควรจะดีใจที่ยังมีคนคนหนึ่งที่คุณพร้อมที่จะให้ความรักต่อเขาอย่างจริงใจ
    ให้โดยปราศจากข้อแม้ และไม่หวังสิ่งใดๆ ตอบแทน
    แม้ว่าคุณจะไม่ได้รับอะไรกลับมาเลย
    ก็จงดีใจว่าอย่างน้อยในชีวิตหนึ่งคุณก็ได้มีโอกาสได้มีความรักกับเขาสักครั้งหนึ่ง
    เพราะความรักที่แท้จริงก็คือการให้ ให้โดยปราศจากความคาดหวังใดๆ
    เพราะว่ายังมีคนในโลกนี้อีกมากมายที่เสาะแสวงหาความรัก
    แต่ไม่เคยคิดที่จะแบ่งปันหัวใจรักให้ใครนอกจากตัวเอง
    หากบางคนที่มีพร้อมแล้วทั้งคนที่คุณรักเค้าและเค้าก็รักคุณ
    นั่นก็ต้องถือว่าเป็นความโชคดีของคุณอย่างยิ่ง
    เพราะน้อยคนนักที่จะประสบความโชคดีอย่างนั้นเหมือนคุณ
    อย่าปล่อยให้เค้าจากไปแล้วมานั่งนึกถึงคำกล่าวที่ว่า
    "เราจะรู้ค่าของสิ่งที่เรามีอยู่ ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว"
    เพราะกว่าจะถึงเวลานั้นมันก็อาจจะสายเกินกว่าที่คุณจะได้มีโอกาสแก้ไข
    หรือชดเชยอะไรๆ ได้อีกแล้ว...
    ชีวิตที่เหลือต่อจากนั้นของคุณก็คงจะต้องจมอยู่กับความผิดหวังไปจนตลอดชีวิต
    เพราะฉะนั้นหากคุณรักใคร ก็จงรีบเปิดผยความในใจให้เขาได้รู้ ก่อนที่จะสายเกินไป
    ถึงมันจะไม่ได้อะไรกลับคืนมา... แต่คนที่มีความสุขที่สุดก็คือตัวของคุณเอง ...
    ที่ได้บอกความในใจให้คนที่คุณรักได้รับรู้

    ความจริง 10 ประการของการเลิกรา

    ความจริง 10 ประการของการเลิกรา
    วันนี้เราก้อเอาใจคนอกหักกันเสียหน่อย ว่าเอ๊ะทำไมเราจะทำไงดีเมื่อเราเลิกรากับแฟนเราไปแล้ว ต้องทำตัวยังไง เพื่อให้เกิดผลดีกับทั้งสองฝ่าย ลองอ่านดูนะครับ...
     
         ถ้าเลือกได้เป็นใครก็อยากมีแต่รัก โดยไม่ต้องเลิกรา แต่ถ้าต้องจากกันขึ้นมาล่ะ จะทำยังไงไม่ให้เจ็บเกิน ต่อไปนี้คือความจริง 10 ข้อของการ “เลิกรา” ที่อาจทำให้คุณเจ็บน้อยลงเมื่อต้องจาก อ่านแล้วจะรู้ว่า…คนเราจากกันไม่จำเป็นต้อง…ด้วยไม่ดี…เสมอไป
     
         1. การเลิกรากันเป็นเรื่องลำบากใจ ทั้งคนบอกเลิกและคนถูกบอกเลิก อย่าคิดว่าเมื่อบอกเลิกกับคุณไปแล้ว เขาคนนั้นจะไม่แคร์คุณอีกต่อไป เขายังแคร์คุณอยู่นะ เพียงแต่เป็นการแคร์อีกแบบในฐานะอื่นที่ไม่ใช่แฟน ก็เท่านั้นเอง
     
         2. เชื่อเถอะว่าอยู่ดีๆ คงไม่มีใครอยากทำร้ายคนอื่นนักหรอก โดยเฉพาะกับคนรักกัน ถ้าคุณคิดจะทำให้เขารู้สึกผิดเพื่อล้มเลิกการบอกลาครั้งนี้ รู้หรือเปล่าว่าคุณไม่เพียงแต่กำลังหลอกตัวเองเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ แล้วจะยิ่งปวดหัวพร้อมกับปวดใจกันเข้าไปใหญ่ในอนาคต
     
         3. การเลิกกันไม่ได้หมายความว่าคุณทำอะไรผิด เพียงแต่คุณกับเขาไปกันไม่ได้ บอกกับตัวเองว่าใครๆ ก็เคยเลิกกับแฟนทั้งนั้นล่ะ แล้วมันก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าในตัวคุณลดลงด้วย
     
         4. ถ้าคุณอยากจะร้องไห้ ร้องไปเลย หรือจะบ้าบอคอแตก จะแสดงอาการเจ็บเจียนตายยังไงก็ได้ โธ่ ใครเขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละ เพียงแต่อย่าเผลอไปแสดงอาการฟูมฟายต่อหน้าคนไม่คุ้นเคยเท่านั้นก็พอ เดี๋ยวเขาจะตกใจเอา ทางที่ดีไปหลบเลียแผลใจกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวจะดีกว่า ที่สำคัญอย่าไปใส่อารมณ์กับคนที่เขาทิ้งคุณล่ะ เขาคนนั้นน่ะ เป็นอดีตไปแล้ว (ถึงแม้ว่าเขาสมควรจะได้รับการตอบแทนอย่างสาสมก็เถอะ) ยิ่งคุณตัดเขาจากชีวิตเร็วเท่าไหร่ คุณยิ่งจะเยียวยาหัวใจตัวเองได้เร็วเท่านั้น
     
         5. การเลิกกันไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ พยายามบังคับตัวเองให้ได้ อย่าปล่อยให้อารมณ์หม่นหมองมาครอบงำคุณจนเสียศูนย์ บอกกับตัวเองไว้…ฉันต้องทำได้ ฉันต้องทำได้
        
         6. เวลาเลิกกันมักจะตามมาด้วยการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปมีแฟนใหม่ สร้างความชอกช้ำใจให้กับอีกฝ่าย ถ้าคุณพบว่าตัวเองโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เมื่อได้ยินว่าอดีตคนรักไปมีแฟนใหม่ รู้ไว้ซะว่าคุณยังปกติดีอยู่ ปล่อยให้ตัวเองคร่ำครวญหวนไห้ไปเถอะ เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาแผลใจ เดี๋ยวอีกหน่อยก็ดีขึ้นเอง
        
         7. ถึงคุณจะโมโหโทโสไป ก็ไม่มีประโยชน์กับใครทั้งนั้น เพราะงั้นหลังเลิกกัน อย่าทำตัวเป็นนางร้ายหรือกลายเป็นยัยขี้เม้าท์เด็ดขาด บางคนแก้แค้นแฟนเก่าด้วยการปูดความลับของเขาให้คนอื่นฟัง ทำอย่างนั้นไม่ฉลาดหรอกนะ เพราะยิ่งคุณร้ายเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้ตัวเองดูแย่เท่านั้น และคนที่จะรู้สึกแย่ที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ตัวคุณเองนั่นล่ะ
        
         8. ส่วนหนึ่งของความเจ็บปวดหลังเลิกรามาจากความรู้สึกอับอายชาวบ้าน ไม่ต้องไปองไปอายใครหรอก ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วคุณเองนั่นล่ะ ที่ทำตัวแย่จนทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ต้องจบลง ถ้าก้าวข้ามความอับอายนี้ไปได้ คุณจะหายเจ็บได้เร็วขึ้น
        
         9. ไม่มีใครควรเจ็บปวดเพราะความรัก แฟนเก่าของคุณไม่ควรเจ็บ เพราะคุณเจ็บ แฟนใหม่ของแฟนเก่าคุณ (ถ้าเขามีนะ) ก็ไม่ควรเจ็บ เพียงเพราะคุณปวด และที่สำคัญคุณเองก็ไม่ควรเจ็บเหมือนกัน แม้ว่าจริงๆ แล้วคุณจะทำตัวงี่เง่าหรือร้ายกาจ จนต้องเลิกกัน อย่าทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีกด้วยการรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ หรือจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกที่ว่า “ถ้าเพียงแต่เมื่อก่อน…” จงอยู่กับความจริง และหาทางระบายอารมณ์โกรธออกมา อย่าอัดอั้นไว้ แล้วความเจ็บปวดก็จะค่อยๆ หายไปเอง
        
         10. ตอนนี้คุณอาจจะรู้สึกว่าโลกทั้งโลกพังไปต่อหน้าต่อหน้า แต่ใครจะไปรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง คุณกับเขาอาจจะกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง หรืออาจจะไม่มีวันนั้นสำหรับคุณและเขาอีกเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้จากกันด้วยดี ถ้าไม่รู้ว่าทำยังไง ลองนึกถึงวันชื่นคืนสุขระหว่างคุณกับเขาดูสิ เผื่อจะหลงเหลือเยื่อใยเก่าๆ อยู่บ้าง ถ้าคุณเลือกปิดฉากความรักครั้งนี้ด้วยความรู้สึกแย่ๆ ต่อกัน เท่ากับคุณปิดโอกาสสำหรับอนาคตลงแล้วอย่างสิ้นเชิง และถึงจะไม่ได้กลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม แต่อย่างน้อยๆ คุณกับเขาอาจเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันก็ได้นะ....

    25 วิธีเทคแคร์ความรัก

    25 วิธี take care ความรัก

    ความรักทำให้ชีวิตมีความสุข แต่ต้องดูแลเทคแคร์อย่างไรละ ความรักถึงจะไม่จากไป

    1. อย่าเขินที่จะบอกรัก

    2 จดจำรายละเอียดของเขาหรือเธอ เช่น ชอบทานอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน กิจกรรมสุดโปรด คืออะไร แล้วหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เธอหรือเขา เสมอ ๆ

    3. โรแมนติกให้ถูกที่ ถูกเวลา เรื่องโรแมนซ์ ใครจะไม่ชอบ แต่บางทีก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ถ้าขืนกระโดดหอมแก้มแฟนกลางสยาม ใครล่ะจะไม่โกรธ!!! ลองหาสถานที่เหมาะ ๆ ดีกว่ามั้ย

    4. ให้เกียรติกันและกันเสมอ

    5. อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรัก นึกถึงเรื่องดี ๆ ที่เขาเคยทำให้เรา แล้วจะช่วยให้ความโกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบเบาบางลง

    6. เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการพูดคุย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนสองคนต้องมีเรื่องขัดแย้ง แต่ถ้าทั้งคู่พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาทั้งหลายจะกลายเป็นเรื่องขี้ผง

    7. ปล่อยให้ อีกฝ่าย มีเวลาเป็นของตัวเอง การเกาะติดแจมีแต่จะทำให้ความรักจืดจางได้ง่าย ปล่อยให้เขาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง หรือพยายามให้ตัวเองมีโลกส่วนตัวบ้างจะได้ไม่อึดอัด

    8. พูดกันตรง ๆ แต่เลือกใช้คำที่ไม่ทำร้ายจิตใจ

    9. มีขอบเขตในการปรับตัว แน่นอนที่ทั้งเราและเขาต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่ก็ควรมีลิมิตด้วย ไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง จนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นได้นานหรอก

    10. ห้ามโกหก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะไม่สามารถเชื่อใจกันได้อีก

    11. อย่าคาดคั้นหาคำตอบหากอีกฝ่ายยังไม่พร้อม บางครั้งการที่เราดึงดันจะรู้ให้ได้เดี๋ยวนั้นเลยว่าทำไม่? เพราะอะไร ? จะเอายังไง? เป็นการกดดันอีกฝ่ายอย่างไม่มีประโยชน์ หากเราและเขาอยู่ในสถานการณ์ ตึงเครียด ลองถอยออกมา 1 ก้าว ทำใจให้สงบ รอจนกว่าเขาพร้อม แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ยังไม่สาย

    12. ดูแลตัวเองให้เก๋กู๊ดอยู่เสมอ เขาจะได้ไม่มองคนอื่นไง

    13. ไม่ควรคาดหวังกับความรัก บอกแล้วว่าความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกของคนสองคนล้วน ๆ จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่าคาดหวังว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จะทำนั่นทำนี้ให้เรา เพราะถ้าผิดหวังจะเสียใจทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า

    14. ห้ามหลุดคำหยาบ ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนก็ไม่ควรด่าทอกันเสีย ๆ หาย ๆ มีแต่จะทำให้เข้าหน้ากันไม่ติด

    15. ซื่อสัตย์และไว้ใจกัน สองอย่างนี้จะทำให้คุณสองคน เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก

    16. หาสิ่งของที่ต้องดูแลร่วมกัน เช่น สัตว์เลี้ยง หรือ ต้นไม้ หรือกิจการเล็กๆ น่ารัก ๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างคนสองคน

    17. ให้โอกาสอีกฝ่ายในการแก้ไขข้อผิดพลาด ทีคนอื่นเรายังให้อภัยเขาได้ และกับคนที่เรารัก เรายิ่งต้องให้อภัยและให้โอกาสเขา แต่ควรระวัง ไม่ว่าใครก็ตาม เราไม่ควรให้โอกาสเขาเกิน 3 ครั้ง

    18. อย่าอายที่จะขอโทษ

    19. หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำร่วมกันบ้าง เช่น ชวนกันเล่นแบดมินตัน ไปดูงานศิลปะ ด้วยกันบ่อย ๆ นอกจากความรักจะสดใสแล้ว เรายังได้เจออะไรใหม่ ๆ ในชีวิตอีกด้วย

    20. นึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ อย่ามัวแต่คิดว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา ??? มันไม่มีประโยชน์แถมยังทำให้เราขี้น้อยใจอย่างไม่มีเหตุผล

    21. รู้สึกดีกับสังคมของเรา ทั้งพ่อแม่และพี่น้อง เพื่อน และคนรักเก่า รู้หรอกน่าว่ามันทำใจยาก (โดยเฉพาะรายหลังสุด) แต่ถ้าทำได้ มันจะยกระดับจิตใจของคุณให้สูงส่ง ทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง และเขาก็จะ รักคุณเพิ่มขึ้นมาก ๆๆ

    22. อย่าปิดกั้นโอกาส ลองเปิดตัวเองให้รู้จักคนใหม่ ๆ ไม่ได้แนะนำให้หลายใจนะจ๊ะ แต่การได้รู้จักคนเยอะ ๆ จะทำให้เรารู้ค่าคนใกล้ตัวและรู้ใจตัวเองมากขึ้น

    23. รู้จักที่จะใช้ภาษากาย ไม่ใช่ภาษาใบ้นะจ๊ะ แต่เป็นการสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เช่น จับมือ ลูบหลัง ใคร ๆ ก็บอกว่ามันสามารถสื่อความในใจของเราได้ดีกว่าคำพูดหลายเท่าเชียว

    24. คิดถึงอนาคต แต่อย่าพูดบ่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราผูกมัดแล้ว พาลหงุดหงิดใส่เพียงแค่รู้ว่าเราต่อไปเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน แล้วพูดถึงมันในจังหวะเหมาะ ๆ แค่ครั้งเดียวก็พอ เพื่อทำให้เขารู้ว่าตัวคุณก็มี Plan ชีวิตเขาจะมาเล่น ๆ ไม่ได้

    25. รักตัวเองให้มาก ๆ เพราะถ้าคุณไม่รักตัวคุณเองแล้วคุณจะไปรักใครที่ไหนได้เล่า

    1+1 อาจจายังเท่ากับ 1

    เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
    แล้ววันหนึ่งเราก้อพบว่า………
    เพียงแค่มีบางชีวิตก้อมีความหมายแล้ว
    มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว
    พร้องด้วยหัวใจคนละหนึ่งดวง
    เมื่อมนุษย์สองคนมาพบกัน เราจึงเรียนรู้ว่า
    1 + 1 อาจจะยังเท่ากับ 1
    แต่ความโดดเดี่ยวนั้นหายไป
    ที่เล็ก ๆ ขนาดไม่ใหญ่โตไปกว่ากำปั้น
    ที่ทำให้เราอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้
    อวัยวะที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ
    ใช้แทนคำว่า "รัก" ได้เป็นอย่างดี
    ความรัก ที่ประทับใจขอเก็บไว้ในใจแล้วอมยิ้มนะ
    ความรัก ที่ไม่ประทับใจขอเก็บไว้เป็นประสบการณ์
    ความรัก ที่ทำให้ผู้อื่นเป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เอง
    ความรัก ที่ทำเพื่อตัวเองนั้นไม่เรียกว่ารัก
    ความรัก ที่คุณเจอในอดีตขอให้เป็นความทรงจำที่แสนดี
    ความรัก ที่คุณเจอในปัจจุบันขอให้สมหวังกันทุกคน
    ความรัก ที่คุณเจอในอนาคตให้อธิษฐานกันเอาเองนะคะ
    " ถ้าออกซิเจนทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ ความรักนั้นก้อทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากขึ้น"

    "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ ? "

         หวัดดีอีกครั้งวันนี้เราจามาแก้ข้อสงสัยกันอีกแล้วครับว่า "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ" เออ...เน้อ มีไว้เพื่อไร ลบก้อลบไม่เกลี้ยง ทำมาเพื่ออารายนะ ลองอ่านเรื่องนี้ดูสิครับ...น่าคิดนะ

    บางครั้งเราก็มองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆไป
    เพียงเพราะใช้เวลาสั้นๆ ตัดสินสิ่งนั้นว่า "ไร้สาระ"
    หลายวันก่อน เพื่อนคนหนึ่งถามฉันว่า
    "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ ? "
    ฉันไม่ได้สนใจคำถามนั้นเท่าไหร่
    เพียงรู้สึกว่าเป็นคำถามที่ไม่มีสาระอะไรมากมาย
    แต่ก็ตอบเล่นๆไปว่า
    "เพื่อความสะดวก หรือไม่ก็ช่วยให้คนขี้ลืมและชอบวางยางลบไม่เป็นที่
    ได้มียางลบใช้มั้ง"
    เพื่อนของฉันยิ้ม ก่อนจะตอบฉันสั้นๆว่า
    "ไม่ใช่"
    "อ้าว. . .งั้นเพราะอะไรล่ะ"
    ฉันอดที่จะถามไม่ได้
    "คนเราสามารถทำผิดกันได้"
    ". . . . . . . . . . . . . . . . . . "
    ฉันนิ่งไปครู่หนึ่ง หลังได้ยินคำตอบ
    ปล่อยให้เจ้าของคำถามเดินจากไป
    โดยไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่าคำตอบสั้นๆของเขาจะอธิบายฉัน
    คำถามของเพื่อนที่ฉันเคยมองว่าไร้สาระ
    กลับทำให้ฉันเก็บมาคิดแทบทุกขณะที่สมองว่าง
    เย็นวันนั้น
    ฉันจึงหยิบโทรศัพท์เขียนข้อความส่งถึงเพื่อนๆด้วยประโยคที่ซ้ำกัน. .

    "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ
    . . . . . . . .
    . . . . . . . . . . . . . .
    เพราะคนเรามีสิทธิ์ทำผิดกันได้
    . . . . . . . .
    . . . . . . . . . . . . . . .
    แต่จงจำไว้ว่า. . .เราไม่ควรใช้ยางลบให้หมดก่อนดินสอ
    เพราะนั่นอาจหมายความว่า เรากำลังทำผิดซ้ำๆ

    จนความผิดนั้นอาจสายเกินแก้"
    ฉันเองยังไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่คิดต่อจากเพื่อนจะถูกต้องหรือไม่
    และเพื่อนๆที่ได้รับข้อความจากฉัน
    จะเข้าใจในสิ่งที่ฉันต้องการจะบอกหรือเปล่า
    จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ. . .นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการนัก
    สิ่งที่ฉันอยากได้รับ คือ
    เพื่อนของฉันจะคิดต่อจากความคิดของฉันอย่างไร
    และลึกๆ ฉันแค่หวังว่า เพื่อนของฉันจะกล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาด
    และไม่ประมาทในการกระทำของตัวเอง. . .
    เพียงแค่นั้น ฉันก็หมดห่วง

    ความรักกับหนังสือ

    ... อย่าตัดสินหนังสือว่าดี แค่ปกสวยๆ
    ... อย่าบอกว่า …. น่ารักเหลือเกิน แค่คุยกันหนเดียว
    คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย … ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกที่ชอบไม่ได้
    คนที่บอกว่าจะไม่แต่งงาน … มักแซงหน้าแจกการ์ดก่อนคนอื่นเสมอ
    ... อย่าตกใจเมื่ออ่านหนังสือระดับ Best Seller แล้วไม่ชอบ
    ... ถ้ารักคนคนเดียวกับที่คนอื่นรัก ... คงแย่งกันน่าดู
    การชอบหนังสือสักเล่มไม่ได้หมายความว่า .. หนังสือเล่มนั้น .. เนื้อหาดีทุกหน้า
    การรู้สึกดีกับใครสักคน .. ไม่จำเป็นว่า .. เขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย
    ... อย่าเสียดายเวลา ถ้าอ่านหนังสือบางเล่มจบแล้วพบว่า .. ไม่ใช่แบบที่ชอบ
    จงรู้สึกดีกับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่ ...
    เพราะอย่างน้อยที่ผ่านมา … ย่อมต้องมีช่วงเวลาที่มีความสุขอย่างแน่นอน
    ... แม้วันหนึ่งจะรู้ว่า … เขาหรือเธอคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด
    เพราะอย่างน้อย ... เราก็ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นและพร้อมที่จะตามหาคนของเราต่อไป
    … การอ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลา
    ... เราไม่สามารถรู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก
    ... หนังสือมีสิ่งต่างๆ หลากหลายให้ศึกษา
    ทดลองอ่านดู … ก่อนที่จะตัดสินว่าน่าเบื่อ
    ... บางครั้ง … สิ่งที่เราไม่เห็นประโยชน์และมองผ่านมันไป ….
    วันหนึ่งมันอาจจะมีค่าสำหรับเรา … แล้วในตอนจบ
    … ก็จะรู้ว่าหนังสือประเภทไหนเหมาะกับเราที่สุด
    … เหมือนกับความรัก …
    ... ทุกครั้งที่เรามีความรักกับใครสักคนนั้น แม้ทุกอย่างจะเดินมาถึงจุดจบ
    … แต่คนทั้งคู่ย่อมได้รับอะไรจากสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาโดยไม่รู้ตัว
    อย่างน้อยที่สุด … ก็ได้บทเรียนที่มีค่าเพิ่มอีกบทหนึ่งบทเรียน
    ที่จะนำไปสร้างความรักครั้งใหม่ให้มีรากฐานที่ดีกว่าที่ผ่านมา
    … สำหรับฉัน "ความรัก" เปรียบเหมือน ..
    ... การได้อ่านหนังสือหลายๆ เล่ม (อ่านทีละเล่มนะจ๊ะ)
    แต่ละเล่มที่ผ่านไปสอนให้ฉันเข้มแข็ง …
    สอนให้ฉันรู้จักโลกที่เป็นจริง …
    และสอนให้ฉันรู้จักใจของตัวเอง
    … แม้ว่าตอนจบของแต่ละเล่มจะไม่สมใจ
    แต่ฉันก็ไม่คิดจะหยุด ท้อ หรือกลัวที่จะค้นหา
    ฉันจะอ่านต่อไป… จนกว่าจะเจอ "หนังสือของฉัน"
    คุณล่ะ…เจอรึยัง?
    ถ้าเจอแล้ว…อย่าลังเลที่จะหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน
    อย่ากลัวที่จะเสียเวลาและผิดหวัง
    ไม่แน่นะ…เล่มที่อยู่ในมือตอนนี้น่ะ
    อาจจะตรงกับความรู้สึกของคุณที่สุดก็ได้

    สำหรับใครที่ยังเป็นโสด....

         เฮ้ย! สำหรับเพื่อนๆหรือ ใครๆที่ยังเป็นโสดอ่านดูดิ เผื่ออารายๆ จะเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกะความโสดของของคุณได้ (เฮ้ย!!! เราก้อถอนหายใจหลายรอบ ก้อขนาดเรายังเองเป็นโสดเลย) เมื่อไหร่จามีแฟนซักทีนะ......

    ***************************************************

     

    สำหรับ ใครที่ยัง........ "โสด" ความรักนั้น มันก็เหมือนกับ "ผีเสื้อ"
    ยิ่งคุณวิ่งเข้าหามันเท่าไหร่ มันก็จะห่างคุณออกไปเท่านั้น

    แต่ถ้าคุณปล่อยมันไป มันจะเข้ามาหาคุณเองแหล่ะ

    ถ้าคุณไม่คาดหวังกับมันมาก ความรักสามารถทำให้คุณมีความสุข
    แต่มักจะทำให้คุณเจ็บปวด แต่ความรักจะเป็นสิ่งที่พิเศษ
    ถ้าคุณได้ให้มันกับใครสักคนที่คู่ควร อย่ารีบร้อน ค่อยๆ เลือก
    เลือกคนดีที่สุด

    สำหรับ ใครที่..... "ไม่ใคร่โสด" เค้าบอกว่า... ความรักไม่ไช่
    การเป็นคนดีพร้อม สมบูรณ์ ของใคร แต่
    รักคือการหาใครสักคนที่ช่วยให้คุณเป็นคนดีที่สุดเท่าที่คุณดีได้

    สำหรับ ใครที่เป็น....... " คนเจ้าชู้" อย่าพูดคำว่า "รัก" เลย
    ถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจกับความหมายนั้น อย่าพูดถึงความรู้สึก
    ถ้ายังไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตเค้าเลย
    ถ้าคุณจะทำให้เค้าเสียใจ อย่าไปมองลึกถึงดวงตา
    ถ้าทุกคำพูดของคุณล้วนโกหกทั้งเพ

    สิ่งที่โหดร้ายที่สุดที่ชายหนึ่งพึงทำได้
    คือทำให้ผู้หญิงเข้าหลงรักแล้วไม่ใส่ใจใยดี ผู้หญิง ก็เหมือนกัน......

    สำหรับ ใครที่...... "อกหัก" (อันนี้เค้าเขียนดี.. เค้าบอกว่า...) การอกหัก
    มันยืนยาวตราบเท่าที่คุณต้องการให้มันอยู่กับคุณ
    และบาดความรู้สึกคุณได้เจ็บลึกเท่าที่คุณยอมให้บาดที่สำคัญก็คือว่า
    มันไม่ใช่จะพ้นจากสภาวะอกหักยังไง แต่มันอยู่ที่ว่า....เราเรียนรู้จากมัน
    ได้แค่ไหน ต่างหาก ......

    สำหรับ ใคร ๆ ที่.... "ไร้เดียงสาในรัก"

    จะรักได้อย่างไร : รักแต่อย่าลุ่มหลง คงเส้นคงวาแต่ไม่ดื้อรั้น แบ่งปัน และ
    ไม่เอาเปรียบ พยายามเข้าใจกันและกัน มากกว่าที่จะเรียกร้อง หากต้องเจ็บ
    ก็เจ็บ แต่อย่าเอาความเจ็บนั้น ติดตัวเสมอไป

    สำหรับ ใครที่...... "มีคนหลงรักอยู่" เค้าบอกว่า...
    มันเจ็บปวดที่เห็นคนที่เรารัก มีความสุขกับคนอื่น แต่มันจะเจ็บปวดยิ่งกว่า
    ถ้าคนที่เรารัก ไม่มีความสุขเมื่ออยู่กับเรา

    สำหรับ ใครที่..... "กลัวต่อการสารภาพรัก" ความรักมันเจ็บปวด
    ถ้าคุณต้องไปบอกเลิกกับใครสักคน แต่มันจะเจ็บยิ่งกว่า
    ถ้ามีคนมาบอกเลิกกับคุณ แต่มันจะเจ็บที่สุด หากคนที่คุณรัก
    ไม่เคยได้รู้เลยว่า คุณรักเค้า

    สำหรับ ใคร ๆ ที่ยัง......."คบ ๆ กันอยู่"

    เค้าบอกว่า.. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต ก็คือ การที่เราพบ และ รักใครสักคน
    จนสุดท้าย พบว่ามันไม่ใช่..... และคุณเสียเวลาไปเป็นปี ๆ
    ให้กับคนที่คนที่ไม่คู่ควร ถ้าเค้าคนนั้นของคุณ
    ไม่ใช่คนที่ใช่เลยของคุณตอนนี้ แล้วล่ะก็ จะมาเสียเวลา เป็นปีๆ กับเค้าทำไม
    ปล่อยไปเถิด.....


    ใครที่หัวใจยังว่างหรือยังโสดก้อมานะครับ อิอิอิ (ตลกอีกแล้วเรา) วันนี้เรามีคำคมนิดๆ มาฝากอ่านเลยล่ะกัน....
     
    "เป็นการยากที่จะเข้าใจคำว่ารัก"
    "แต่ยากนักที่จะรักอย่าง...เข้าใจ"
    อ่านแล้วบาดใจเราจริงๆ...ซะง้านล่ะ

    บทเพลงแห่งรัก.....เวอร์ไปไหมบอกที

    ไม่มีใครรักเราเหมือนเรารักกัน

    ขอบคุณที่ฟ้าสร้างเธอให้เธอสร้างฉันขึ้นมา

    อยากมีสิทธิ์ใช้คำว่ารักบอกใครว่าเราเป็นคนรักกัน

    อาทิตย์ล่ะครั้ง

    ไม่ว่างจริงๆหรือว่ามีคนอื่น

    รักที่ไห้กันที่ให้กันแต่น้ำตาแบบนี้รักภาษาอะไร

    น้ำตาแต่ละหยดสอนให้เราเข้มแข็งขึ้น

    บอกตัวเองทุกวันให้หันไปทางอื่นเวลาที่เขานั้นเข้ามา

    ไม่ได้เหงาอะไรจริงๆไม่คิดให้เธอต้องแคร์

    น้ำตาคือคำตอบ

    วันนี้ขาดเขาเราต้องอยู่

    รักเธอเริ่มจากร้อยนับวันนานไปยิ่งน้อยลง

    เคยไหมรักคนที่เขาไม่แคร์ก็แคร์เขาอยู่

    รักเธอได้ยินไหมแม้ไปไม่ถึงเธอเธออยู่ไกลเสมอและคงไม่ต้องการ

    ด้วยความคิดถึงถึงเธอที่จากลาจากไปไม่คืนย้อนมา

    ขอมือคนโสดสักคนช่วยผ่อนปรนความเหน็บหนาว

    เคยบ้างไหม

    อาการเผลอ…ของหัวใจ

    อาการถ้าคุณมีคนที่คุณรักอยู่แล้ว

    และถ้าคนคนนั้นเป็นคนที่รักคุณมาก ดูแล ห่วงใย เอาใจใส่ คุณทุกอย่าง

    และที่สำคัญเค้ารักคุณมากที่สุด

    หรืออาจจะถึงขั้นหวงคุณมากๆในบางครั้ง และ อาจจะเสียน้ำตาให้กับคุณ (ในบางเรื่อง)

    แม้ว่าเรื่องเหล่านั้น คุณมองแค่ว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุด

    ทั้งที่เค้าไม่เคยเสียน้ำตาให้กับเรื่องไหนมากเท่านี้

    ก่อนที่คุณจะรักเค้าและตกลงกันที่จะสร้างวันเวลาที่มีคุณค่าและมีความหมาย สำหรับคนสองคน

    คุณก็ต้องชอบหน้าตาและบุคลิกของเค้าคนนั้นก่อนใช่ไหมหล่ะ

    คงจะไม่มีใครจะปฏิเสธได้ว่าไม่ได้มองที่หน้าตาก่อน

    เพราะฉะนั้นหน้าตาของเค้าคนนั้นก้คงตรงกับคนที่คุณเฝ้ามองหามานานใช่ไหม

    ต่อจากนั้นคุณจึงหันมามองนิสัยของเค้าว่าเป็นยังไง (ดี ไม่ดี หรือว่าอย่างไรก็ตาม )

    ถ้าคุณยอมรับทั้งหมดของเขาได้ ก็แสดงว่าคุณชอบเค้า

    และยิ่งได้รู้จักพูดคุยและและตกลงที่จะสร้างวันเวลาที่แสนดีและมีคุณค่า

    จากเพียงแค่ชอบก้จะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพัน

    และค่อยๆงอกงามเป็นรักในใจของคุณและเค้าทั้งสองคน

    เค้าเคยเป็นห่วงคุณบ้างไหม?

    เค้าเคยหึงหวงคุณบ้างไหม?

    เค้าเคยบอกรักคุณมั้ย?

    เวลาคุณไม่สบายแล้วเค้าเป็นห่วงคุณมั้ย?

    แต่ถ้าคิดในทางกลับกัน

    ถ้าเค้าไม่สบายคุณเป็นห่วงเค้าบ้างไหม?

    ถ้าคุณอยากจะปรึกษาเมื่อยามคุณไม่สบายใจอะไรซักอย่างเค้าเป็นคนแรกที่คุณนึกถึงรึเปล่า?

    คุณอยากอยู่ใกล้ๆเค้าทุกเวลาไหม?

    และเค้าอยากอยู่ใกล้ๆคุณทุกเวลาหรือเปล่า?

    เค้ายอมคุณทุกเรื่องใช่ไหม?

    เค้าเคยพยายามปรับตัวเข้าหาคุณในทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตามรึเปล่า ?

    แล้วคุณหล่ะเคยคิดจะปรับตัวเข้าหาเค้าบ้างไหม?

    เพียงแค่นี้ก็พอรู้แล้วว่าเค้าคือคนที่รักคุณมากๆและคุณก็รักเค้าเหมือนกัน

    ถึงคุณจะไม่เคยทำอะไรหวานๆที่แสดงถึงความรักต่อกันแต่ก็มีความรู้สึกดีๆที่ เเสดงให้เห็นว่าคุณรักกัน

    บางครั้งถ้าคุณเคยทำอะไรผิดหรือทำอะไรไม่ดี เค้าเตือนคุณ

    คุณก็ยอมฟังเค้าทุกอย่างและยอมที่จะปรับตัว

    บางครั้งถ้าเค้าเคยทำอะไรผิดหรือทำอะไรที่ไม่ถูกใจคุณ

    คุณอาจมองว่าน่ารำคาญ น่าเบื่อ

    แล้วถ้ามองกลับกันที่เค้าทำกับคุณแบบนั้นไม่ใช่เพราะห่วงและรักคุณมาก เหรอ?

    เวลาที่คุณเดินกับคนอื่น นั่งกับคนอื่น เค้าทำหน้าไม่พอใจ โมโห

    ที่เค้าทำไปคุณอาจรำคาญ แต่ที่เค้าทำไปเพราะ เค้าหวงคุณ

    รักคุณและไม่ต้องการที่จะเสียคุณไป ไม่ใช่หรอ?

    เวลาไปดูหนังโดยไม่มีเค้า เค้าก็จะคอยถามว่าไปดูกับใคร ?

    นั่นแหละเค้าห่วงคุณ

    แล้วคุณเคยหันกลับไปมองเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นรึเปล่า?

    แล้วคุณเคยคิดที่จะตอบแทนความรักและความเป็นห่วงเหล่านั้นบ้างไหม

    หรือเพียงคิดแค่จะตอบแทนสิ่งที่มีค่าเหล่านั้น

    ด้วยการกระทำและความรู้สึกที่ทำให้เค้าคนนั้นเสียใจ

    วันนี้คุณมีเค้าคนนั้นหรือยัง หรือถ้ามีแล้ว

    คุณกับเค้ายังรักกันอยู่รึเปล่า

    หรือคุณกับเค้าอาจจะไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว

    แล้วบางทีคุณเคยคิดหรือเปล่าว่า

    คุณเสียดายวันเวลาที่ดีวันเวลาที่มีค่าที่ได้อยู่กับเค้า

    ความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้กัน และความรู้สึกดีๆ

    บางอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับคู่รักทุกคู่

    ไม่มีอีกแล้วคนที่คอยเฝ้าห่วงคุณทุกเวลา ไม่มีอีกแล้วคนที่คอยtakecare ดูเเล ห่วงใยคุณ

    ไม่มีอีกแล้วคนที่คอยเตือนให้คุณกินยาเมื่อคุณไม่สบาย

    ไม่มีอีกแล้วคอยหาเรื่องสนุกๆมาทำให้คุณอารมณ์ดี

    ไม่มีอีกแล้วคนที่คอยรองรับอารมณ์ของคุณ

    ไม่มีอีกแล้วคนที่คอยมาเตือนคุณ เมื่อยามคุณทำสิ่งไม่ดี

    ไม่มีอีกแล้วคนที่จะโทรมาคุยกับคุณ

    แม้ว่าจะไม่มีเรื่องคุยก้ตามขอเพียงแค่ได้ยินเสียงคุณ (คุณรู้สึกมีความสุขมั้ย)

    ไม่มีอีกแล้วคนที่จะโทรมาgood night ราตรีสวัสดิ์คุณทุกคืน (คุณรู้สึกมีความสุขมั้ย)

    ไม่มีอีกแล้วคนที่จะชวนคุณไปดูหนัง ไปเที่ยว ไปกินข้าวด้วยกัน (คุณรู้สึกมีความสุขมั้ย)

    ไม่มีอีกแล้วคนที่จะจับมือเดินไปกับคุณ (คุณรู้สึกมีความสุขมั้ย)

    ไม่มีอีกแล้วคนที่จะคอยยิ้มให้คุณ และปลอบคุณเวลาคุณไม่สบายใจ (คุณรู้สึกมีความสุขมั้ย)

    ไม่มีอีกแล้วคนที่เป็นกำลังใจให้คุณมีพลังในการทำสิ่งต่างๆ (คุณรู้สึกมีความสุขมั้ย)

    ไม่มีอีกแล้วคนที่ทำให้คุณรู้สึกว่าวันที่เเสนน่าเบื่อ กลายเป็นวันที่สดใส (คุณรู้สึกมีความสุขมั้ย)

    ตอนนี้คุณรู้สึก “เหงา” รึเปล่าเวลาที่ไม่มีเค้า

    รู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างหรือส่วนหนึ่งในชีวิตคุณหายไปรึเปล่า

    รู้สึกว่าชีวิตมันไม่ค่อยเต็ม ขาดบางสิ่งบางอย่างที่จะมาเติมเต็มชีวิตคุณ

    คุณลองหันกลับมาคิดดูสิว่า คุณมีความรู้สึกเหล่านั้นรึเปล่า ?

    บางทีสิ่งที่ทำให้คุณต้องสูญเสียคนที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณไป

    นั้นก้อคือ “อาการเผลอ”

    คุณไม่ได้คิดถึงเค้าเหมือนแต่ก่อนเพราะคุณเจอคนที่คุณคิดว่า “ชอบ”

    และเค้าอาจเป็นคนที่ใช่กว่าคนเดิม

    คุณคิดว่านิสัยคนนั้นดี คนนั้นอาจจะชอบคุณ

    และคุณก็ชอบเค้าคนนั้นเช่นกัน

    แต่คนนั้นเคยห่วงคุณเท่าคนที่คุณจากเค้ามาหรือเปล่า?

    เค้าเคยรักคุณเท่าคนที่คุณเลิกติดต่อไปหรือเปล่า?

    ที่สำคัญเค้ารักคุณหรือเปล่า เค้าอาจจะเพียงเเค่ชอบคุณเท่านั้น

    และที่สำคัญคุณลองถามใจคุณดูซิว่า คุณจะเลือกรักใครระหว่าง

    “คนที่รักคุณหมดใจ” กับคนใหม่ที่คุณเผลอ

    ในเมื่อคุณมีคนที่คุณรัก และ เค้าก็รักคุณ รักคุณ รักคุณคนเดียว (ทำไมคุณไม่รักษาเค้าไว้ให้นานที่สุดหล่ะ)

    ให้เหมือนกับที่เค้ารักคุณ ห่วงใยคุณ

    และยอมทุ่มเทให้คุณหมดทุกอย่าง

    และยังนั้นคุณยังจะสนใจคนที่คุณเผลอไปหาเพราะหน้าตา

    และความใกล้ชิดเพียงไม่กี่วัน งั้นเหรอ?

    ทั้งทั้งที่คุณรักคนที่คุณเคยผูกพันธ์และมีวันเวลาดีๆร่วมกันอย่างนั้นหรอ

    *******อาการเผลออาจจะทำให้คุณสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคุณเลยก็ได้*******

    เพราะฉะนั้น คนที่คุณรักมากๆ และเค้าก็รักคุณมากๆ เหมือนกันนั่นแหละ

    คือคนที่คุณควรกลับไปหา

    ไม่ใช่คนที่เผลอไปเพราะความใกล้ชิด

    สิ่งนั้นไม่อาจเรียกว่ารักได้หรอก

    ถ้าคุณรู้สึกได้แล้วว่าคุณรักเค้ามากที่สุดและไม่อยากเสียเค้าไป

    คุณก็กลับไปหาเค้า อย่ากลัวว่าเค้าจะไม่ให้อภัยคุณ

    เค้ายังคงรอคุณด้วยความรัก และพร้อมที่จะให้อภัยคุณเสมอ

    เค้ายังคงรอคุณเพื่อกลับไปรักกันอย่างที่เคย

    "คนที่รักกันย่อมให้อภัยกันได้เสมอ"

    ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับความรักของคนที่รักกัน

    ตอนนึ้คุณก็ควรโทรไปหาเค้า

    บอกความในใจของคุณให้เค้ารู้เลยว่าคุณรักเค้ามากแค่ไหนและเค้าเป็นส่วน หนึ่งในชีวตคุณ

    หรือถ้าคุณไม่กล้าโทรไปบอกก็ส่งเมลไปบอกความในใจของคุณก็ได้

    ที่สำคัญ อย่ากังวลว่าเค้าจะไม่อยากคุยกับคุณเพราะคุณเคยทำให้เค้าเสียใจครั้งแล้ว ครั้งเล่า

    เค้ายังคงรอการกลับมาของคุณ

    เค้ายังรักคุณอยุ่แน่นอนและคุณก็ยังรักเค้าอยู่แน่นอน

    อาการเผลอเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มี

    “ความรักแท้เท่านั้นที่แก้อาการเผลอได้”

    ที่สำคัญ คนที่คุณรักก็ควรรักและแคร์เค้าให้มากๆ

    เพราะคุณรู้แล้วว่าเค้ามีค่ามากสำหรับคุณเพียงใด

    คุณคงไม่อยากเสียคนที่รักคุณและคุณก็รักเค้าไปใช่ไหม

    “อาการเผลออาจทำให้สูญเสียสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต”

    ตำนานเป่ายิ้งฉุบ

    เป่า ยิ้ง ฉุบ ยังไม่ทราบที่มาว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศใด
    ทราบแต่ว่าเกมส์นี้มีเล่นกันในประเทศเอเชียหลายประเทศ
    แต่มีชื่อเรียกและวิธีเล่น และการตัดสินแตกต่างกันไป
    คนไทย เรียก เป่า ยิ้ง ฉุบ
    ฆ้อน=====>ฆ้อนทุบกรรไกร
    กระดาษ=====>กระดาษห่อฆ้อน
    กรรไกร=====>กรรไกรตัดกระดาษ
    คนสิงคโปร์ เรียก ชุ่ม ชุ่ม พัท
    มังกร-จีบนิ้วทั้ง 5 มังกรดื่มน้ำ มังกรชนะ
    ก้อนหิน-กำมือ ก้อนหินฆ่ามังกร ก้อนหินชนะ
    น้ำ-หงายฝ่ามือขึ้น น้ำทำให้ก้อนหินจม น้ำชนะ
    คนเกาหลี เรียก ไค โพ ไพ คนญี่ปุ่นเรียก เจน เคน ปูน
    ทั้งสองประเทศนี้เล่นเหมือนกันกับไทย
    ประเทศที่มีรายละเอียดมากเห็นจะเป็นมาเลเซีย
    เรียก วัน ทู ซุม
    นก=====>นกดื่มน้ำ นกชนะ
    ก้อนหิน=====> หินขว้างนก หินชนะ หินทุบกระดาน หินชนะ
    ปืน=====> ปืนยิงหิน ปืนชนะ ปืนยิงนก ปืนชนะ
    กระดาน=====> กระดานลอยน้ำ กระดานชนะ
    น้ำ=====> น้ำทำปืนเปียกน้ำชนะ น้ำทำให้หินจมน้ำชนะ
    ที่จังหวัดสงขลา เรียก วัน ตู ส้ม (มี นก น้ำ หิน กรรไกร)
    คล้ายๆกับ วัน ทู ซูม ของมาเลเซีย
    แต่ที่จ.สุราษฎร์ธานี เรียก ชี โพ่ง ที่โคราช (จ.นครราชสีมา) เรียก โอโป้ง
    ส่วนทางเหนือ เรียก โต โป้งมี กรรไกร ค้อน กระดาษ
    เหมือนเป่า ยิ้ง ฉุบ ทุกอย่างเพียงแต่เรียกต่างกันตามภาษาท้องถิ่นเท่านั้นเอง

    และฝรั่งก็เพิ่งมาหัดเล่นตามคนเอเชีย คือมี
    กรรไกร scissors ก้องหิน rock และกระดาษ paper

    A-Z I LOVE YOU

         วันนี้มีอักษรภาษาอังกฤษมาให้ท่องกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนๆ...จะท่องกันได้ถูกอ่ะป่าว ในเวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นที่นำอักษรตัวแรกของอักษรภาษาอังกฤษ A-Z มาเป็นคำสื่อเรื่องรัก...แต่ถ้าท่องไม่ถูกก้อมาเริ่มท่องพร้อมกับกะผมเลยแล้วกันครับ....
     

     
    A-abash-ขวยเขิน-เมื่อเจอหน้าเขา เราขวยเขิน
     
    B-backward-ขี้อาย-เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เรากลายเป็นคนขี้อาย
     
    C-candid-จริงใจ-เราอยากให้คนที่เรารักมีความจริงใจกับเรา
     
    D-deppr-มีชีวิตชีวา-ทำให้เรามีชีวิตชีวา
     
    E-ecstasy-ความรู้สึกเป็นสุขอย่างมาก-เมื่อเจอเขา เรามีความรู้สึกเป็นสุขอย่างมาก
     
    F-feb-ยอดเยี่ยม-เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่รู้ว่าเขาก็ใจตรงกับเรา
     
    G-gaiety-ความสนุก-เรารู้สึกถึงความสนุก เมื่อได้อยู่ใกล้เขา
     
    H-harrowing-ทุกข์ใจมาก-แต่ตอนอกหักก็ทุกข์ใจมาก
     
    I-icy-สั่นสะท้าน-เมื่อเขาสัมผัส เราสั่นสะท้าน
     
    J-jaunty-ร่าเริง-แค่มองหน้าเขา เราก็รู้สึกร่าเริง
     
    K-keen-กระตือรือร้น-ถ้าได้มีเดทกับเขา เราจะกระตือรือร้นเป้นยพิเศษ
     
    L-lamb-คนน่ารัก-ความรักทำให้เราทำตัวเป้นคนน่ารัก
     
    M-mad-หลงใหล-เราหลงใหลดวงตาที่มีเสน่ห์ของเขา
     
    N-nice-เขิน-เวลาอยู่ต่อน่าเขา เรามักจะเขิน
     
    O-orientate-ปรับตัว-เพราะรักเราจึงพยายามปรับตัวให้เข้ากับเขา
     
    P-palling-คบกัน-เมื่อความรักงอกเงย เราก์เริ่มคบกัน
     
    Q-quicken-ทำให้มีชีวิตชีวา-คนรักที่ทำให้เรามีชีวิตชีวา คือคนในฝัน
     
    R-ravishing-น่าหลงใหล-เราพยายามทำตัวให้น่าหลงใหลเพื่อที่เขาจะได้หันมามองเรา
     
    S-sacrifice-ความเสียสละ-รักคือความเสียสละ
     
    T-take-ทำให้หลงรัก-เราพยายามอย่างที่สุดที่จะทำให้หลงรักเราบ้าง
     
    U-unconscionable-ไม่มีเหตุผล-ความรักน่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับหรอก
     
    V-vacant-ใจลอย-ใจลอยทุกครั้งที่คิดถึงเขา
     
    W-want-ปรารถนา-ปรารถนาอยากจะได้เขามาครอบครอง
     
    X-x-จูบ-จูบแรกของเราอยากให้เป็นเขา
     
    Y-yearn-รักใคร่-อยากให้เราทั้งคู่รักใคร่กันไปนานๆ
     
    Z-zeal-ความเร่าร้อน-ความเร่าร้อนจะเกิดขึ้นต่อจากจูบ คงรู้ซินะว่าอะไร

    ความรัก...กะ...น้ำเปล่า

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรแต่มันมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น

    ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิด

    ใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน

    หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง

    เหมือนกับน้ำเปล่า คุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ และอย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน

    หรือน้ำอัดลมซ่าๆ มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้

    เพราะน้ำเปล่า มีคุณประโยชน์เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม

    ถึงมันจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง แต่น้ำเปล่า

    มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใดๆ

    น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ

    เหมือนกับรักแท้ คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์

    เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด

    100 ภาษาของคำบอกรัก

    หลายครั้งที่เราเคยรักใครสักคน เราจะใช้ภาษาในการบอกรักเป็นสื่อที่แสดงว่าเรานั้นรักเค้าคนนั้น แต่ทว่าภาษาที่เค้าใช้บอกรักของประเทศต่างๆนี่ ล่ะ เค้าพูดกันยังไงบ้างนะ วันนี้เรามีให้ดู.....

    English - I love you
    Afrikaans - Ek het jou lief
    Albanian - Te dua
    Arabic - Ana behibak (to male)
    Arabic - Ana behibek (to female)
    Armenian - Yes kez sirumen
    Bambara - M'bi fe
    Bangla - Aamee tuma ke bhalo aashi
    Belarusian - Ya tabe kahayu
    Bisaya - Nahigugma ako kanimo
    Bulgarian - Obicham te
    Cambodian - Soro lahn nhee ah
    Cantonese Chinese - Ngo oiy ney a
    Catalan - T'estimo
    Cheyenne - Ne mohotatse
    Chichewa - Ndimakukonda
    Corsican - Ti tengu caru (to male)
    Creol - Mi aime jou
    Croatian - Volim te
    Czech - Miluji te
    Danish - Jeg Elsker Dig
    Dutch - Ik hou van jou
    Esperanto - Mi amas vin
    Estonian - Ma armastan sind
    Ethiopian - Afgreki'
    Faroese - Eg elski teg
    Farsi - Doset daram
    Filipino - Mahal kita
    Finnish - Mina rakastan sinua
    French - Je t'aime, Je t'adore
    Gaelic - Ta gra agam ort
    Georgian - Mikvarhar
    German - Ich liebe dich
    Greek - S'agapo
    Gujarati - Hoo thunay prem karoo choo
    Hiligaynon - Palangga ko ikaw
    Hawaiian - Aloha wau ia oi
    Hebrew - Ani ohev otah (to female)
    Hebrew - Ani ohev et otha (to male)
    Hiligaynon - Guina higugma ko ikaw
    Hindi - Hum Tumhe Pyar Karte hae
    Hmong - Kuv hlub koj
    Hopi - Nu' umi unangwa'ta
    Hungarian - Szeretlek
    Icelandic - Eg elska tig
    Ilonggo - Palangga ko ikaw
    Indonesian - Saya cinta padamu
    Inuit - Negligevapse
    Irish - Taim i' ngra leat
    Italian - Ti amo
    Japanese - Ai***eru
    Kannada - Naanu ninna preetisuttene
    Kapampangan - Kaluguran daka
    Kiswahili - Nakupenda
    Konkani - Tu magel moga cho
    Korean - Sarang Heyo
    Latin - Te amo
    Latvian - Es tevi miilu
    Lebanese - Bahibak
    Lithuanian - Tave myliu
    Malay - Saya cintakan mu / Aku cinta padamu
    Malayalam - Njan Ninne Premikunnu
    Mandarin Chinese - Wo ai ni
    Marathi - Me tula prem karto
    Mohawk - Kanbhik
    Moroccan - Ana moajaba bik
    Nahuatl - Ni mits neki
    Navaho - Ayor anosh'ni
    Norwegian - Jeg Elsker Deg
    Pandacan - Syota na kita!!
    Pangasinan - Inaru Taka
    Papiamento - Mi ta stimabo
    Persian - Doo-set daaram
    Pig Latin - Iay ovlay ouyay
    Polish - Kocham Ciebie
    Portuguese - Eu te amo
    Romanian - Te ubesk
    Russian - Ya tebya liubliu
    Scot Gaelic - Tha gradh agam ort
    Serbian - Volim te
    Setswana - Ke a go rata
    Sindhi - Maa tokhe pyar kendo ahyan
    Sioux - Techihhila
    Slovak - Lu`bim ta
    Slovenian - Ljubim te
    Spanish - Te quiero / Te amo
    Swahili - Ninapenda wewe
    Swedish - Jag alskar dig
    Swiss-German - Ich lieb Di
    Tagalog - Mahal kita
    Taiwanese - Wa ga ei li
    Tahitian - Ua Here Vau Ia Oe
    Tamil - Nan unnai kathalikaraen
    Telugu - Nenu ninnu premistunnanu
    Thai - Chan rak khun (to male)
    Thai - Phom rak khun (to female)
    Turkish - Seni Seviyorum
    Ukrainian - Ya tebe kahayu
    Urdu - mai aap say pyaar karta hoo
    Vietnamese - Anh ye^u em (to female)
    Vietnamese - Em ye^u anh (to male)
    Welsh - 'Rwy'n dy garu
    Yiddish - Ikh hob dikh
    Yoruba - Mo ni fe

    -`’- คำว่า ฉันรักเธอของแต่ละประเทศ-`’-

    -`
    ’- -ภาษาพม่า เรียกว่า จิต พา เด
    (chit pa de)

    -`
    ’- เขมร เรียกว่า บอง สรัน โอน
    (Bon sro Iahn oon)

    -`
    ’- เวียดนาม เรียกว่า ตอย ยิ่ว เอ๋ม
    (Toi yue em)

    -`
    ’- มาเลเซีย เรียกว่า ซายา จินตามู
    (Saya cintamu)

    -`
    ’- อินโดนีเซีย เรียกว่า ซายา จินตา ปาดามู
    (Saya cinta padamu)

    -`
    ’- ฟิลิปปินส์ เรียกว่า มาฮัล กะ ตา
    (Mahal ka ta)

    -`
    ’- ญี่ปุ่น เรียกว่า คิมิ โอ ไอ ชิเตรุ
    (Kimi o ai  X eru)

    -`
    ’- เกาหลี เรียกว่า โน รุย สะรัง เฮ
    (No-rui sarang hae)

    -`
    ’- เยอรมัน เรียกว่า อิคช์ ลิบ ดิกช์
    (Ich Liebe Dich)

    -`
    ’- ฝรั่งเศส เรียกว่า เฌอแตม
    (Je taime)

    -`
    ’- ฮอลแลนด์ (ดัชต์) เรียกว่า อิค เฮา ฟาวน์ เยา
    (Ik hou van jou)

    -`
    ’- สวีเดน เรียกว่า ย็อก แอลสการ์ เด
    (Jag a Lskar dig)

    -`
    ’- อิตาลี เรียกว่า ติ อโม
    (Ti amo)

    -`
    ’- สเปน เรียกว่า เตอ เควียโร
    (Te quiero)

    -`
    ’- รัสเซีย เรียกว่า ยาวาส ลุยบลิอู
    (Ya vas Liubliu)

    -`
    ’- โปรตุเกส เรียกว่า อโม-เท
    (Amo-te)

    -`
    ’- จีนกลาง เรียกว่า หว่อ อ้าย หนี่
    (Wo ai ni)

    -`
    ’- จีนแคะ เรียกว่า ไหง อ้อย หงี
    (Ngai oi ngi)

    -`
    ’- ฮกเกี้ยน เรียกว่า อั๊ว ไอ้ ลู่
    (Auo ai Lu)

    -`
    ’- ตุรกี เรียกว่า เซนี เซวีโยรัม
    (Seni Seviyorum

    -`
    ’- เจ๊อ แอะ นา ก็แปลว่า ฉันรักเธอ ของชาวกระเหรี่ยง

     อย่าลิมบอกร๊ากแฟนตัวเองด้วยน๊า ว่า

    ช้าน ร๊าก เธอ

    หวังอารายเมื่อคบกะใครสักคน

    บางคนเวลาจะรักใครก็...ไม่เคยหวังอะไรตอบแทน
    ไม่หวังที่จะให้เขารักเราตอบ
    ไม่หวังที่จะให้เขาหันมาสนใจ
    ไม่หวังที่จะให้เขารู้ว่ารัก
    ขอเพียงแค่รักเขาอยู่ห่าง ๆ
    เห็นเขามีความสุข..ก็พอใจ

    แต่บางคน..เวลารักใครก็อยากให้เขารักตอบ
    ถ้าเขารักตอบก็ดี… แต่ถ้าไม่ล่ะ
    ยิ่งคาดหวังอะไรไว้มากเท่าไหร่
    เมื่อไม่ได้สิ่งนั้นมาก็จะทำให้ "เจ็บ เจ็บ และเจ็บ"
    และก็จะเกิดคำถามมากมายขึ้นภายในใจ...

    ทำไมเขาไม่รัก
    ทำไมเขาไม่แคร์ .. ไม่สนใจ
    และสิ่งเหล่านี้มันก็จะยิ่งทำให้เราเป็นทุกข์ และเป็นทุกข์มากขึ้น

    ความรู้สึกของคนเรามันต่างกัน…
    เวลาเราให้ความหวังกับใคร
    เราก็ควรทำความหวังของคนคนนั้นให้เป็นจริงซะ
    .... แต่ถ้าเราไม่ต้องการที่จะให้ใครมาหวังอะไร
    ก็อย่าไปให้ความหวังใคร …
    เพราะเมื่อความหวังพัง! ...
    ไม่เพียงเขาคนนั้นที่เจ็บ เราก็จะพลอยเจ็บไปด้วย

    และถ้าถึงเวลาที่คุณหวังบ้าง...
    คุณก็อย่าหวังอะไรให้มากเกินไป
    เพราะถ้าไม่ได้ตามที่หวัง มันก็จะทำให้คุณเจ็บ และเจ็บได้เช่นกัน...


         ความรักนี่สิที่ทำให้โลกดูสดใส คุณว่าไหม แต่ถ้าเรารักมากจนเกินไป หรือไม่ก้อรักน้อยจนเกินไป มันก้อไม่เป็นผลดี "แล้วไงล่ะ"คำถามนี้เป็นเหตุให้เราต้องคิดว่าจาทำยังไงกับความรักที่มันช่างไม่พอดี แต่ทางแก้ไขส่วนใหญ่แล้ว ตามหลักของศาลยุติธรรมเค้าจาบอกว่า "เราควรเดินสายกลาง" ความหมายนี้ก้อน่าจะชัดๆอยู่ ไม่รักมากจนเกินไป และ ไม่รักน้อยจนเกินไป มันอาจจะยากในช่วงแรกๆ แต่เชื่อเหอะว่ามนุษย์เราต้องทำได้ แค่เรื่องขี้ปะติ๋วไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหม.....

    10 อันดับเรื่องที่ผู้ชายเสียเปรียบผู้หญิง

    อันดับ 1
    ผู้หญิงหอมแก้มกัน : ดูน่ารัก
    ผู้ชายหอมแก้มกัน : อืยยย ... หวาดเสียว ขนลุก

     
    อันดับ 2
    ผู้หญิงใส่กางเกงฟิตๆ : น่ามองจิงๆ น่าชม
    ผู้ชายใส่กางเกงฟิตๆ : แหยะ! จะอ้วก

     
    อันดับ 3
    ผู้หญิงตบผู้ชาย : ป้องกันตัว หรือ "สุดจะทน"
    ผู้ชายตบผู้หญิง : ไอ่หน้าตัวเมีย!

     
    อันดับ 4
    ผู้หญิงร้องไห้ : ดูน่าสงสาร
    ผู้ชายร้องไห้ : ปลาซิว

     
    อันดับ 5
    ผู้หญิงเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน : ดูน่ารักดี สดชื่น
    ผู้ชายเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน : ชักแปลก ดูเหมือนคู่เกย์

     
    อันดับ 6
    ผู้หญิงหลอกรับประทานผู้ชาย : อ่อ อาจเป็นเรื่องปกติ
    ผู้ชายหลอกรับประทานผู้หญิง : สารเลว เกาะผู้หญิงกิน

     
    อันดับ 7
    ผู้หญิงพูดตรงๆ : ดูเป็นคนเปิดเผย
    ผู้ชายพูดตรงๆ : ไอ่บ้า พูดไม่เข้าหูคน

     
    อันดับ 8
    ผู้หญิงเข้าห้องนํ้าผู้ชาย : มันผิดพลาดกันได้!
    ผู้ชายเข้าห้องนํ้าผู้หญิง : ไอ่บ้า! โรคจิต

     
    อันดับ 9
    ผู้หญิงเดินตกท่อ : น่าสงสารจัง เป็นอะไรมากมั้ย?
    ผู้ชายเดินตกท่อ : ไอ่โง่! เดินไม่ดูตาม้าตาเรือซะเลย

     
    อันดับ 10
    ผู้หญิงขับรถปาดหน้า : ช่างเหอะ ผู้หญิงก้ออย่างนี้แหละ
    ผู้ชายขับรถปาดหน้า : แซงขึ้นแล้วยิง!!
     

    เฮ้ย!!! ผู้ชายเนี่ยมีแต่เสียเปรียบผู้หญิงไปซ่ะทุกเรื่องคุณว่าม่ะ แต่เอาเถอะมันก้อเป็นเหตุสุดวิสัยนี่ใครจาคิดอารายก้อช่างเค้าเหอะ.....อิอิอิ
     
    จาก....เด็กซ่า